Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

Cartoon Focus -- วันพีซ (One Piece)


ผู้แต่ง
เออิจิโร่ โอดะ
ประเภท
แอ็คชั่น ผจญภัย ตลก
จำนวนเล่ม
67 เล่ม
สำนักพิมพ์
สยามอินเตอร์คอมิค (ไทย)/
Shueisha (ญี่ปุ่น)
ลิขสิทธิ์อนิเม Dream Express (DEX)
แหล่งข้อมูล thaionepiece.com

 

เรื่องย่อ

  บทนำ

 โกล์ด ดี โรเจอร์ โจรสลัดผู้ยิ่งใหญ่ถูกประหารชีวิต แต่สมบัติของโรเจอร์ยังคงอยู่ และขนานนามว่าวันพีซ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้กลุ่มโจรสลัดทั้งหลาย ตัดสินใจเสี่ยงชีวิตที่แกรนไลน์
เพื่อไปเอา"วันพีซ"นั้นกลับมา และเรียกได้ว่าเป็นยุคของโจรสลัดครองเมือง


  การรวบรวมสมาชิกของลูฟี่  

 ลูฟี่ หนุ่มน้อย ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ใฝ่ฝันที่จะเป็นเจ้าแห่งโจรสลัด โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก แชงคูสผมแดง โจรสลัดผมแดงที่ขึ้นชื่อกลุ่มหนึ่ง แต่วันหนึ่ง ลูฟี่เผลอกิน ผลโกมุโกมุ ผลไม้ปีศาจที่พวกแชงคูสเก็บมาได้เข้าไป เลยกลายมาเป็นมนุษย์ยางยืด แถมว่ายน้ำไม่ได้ตลอดชีวิต
  อีก 10 ปีต่อมา ลูฟี่ก็เติบโตเป็นหนุ่ม และพร้อมที่จะออกทะเลเพื่อทำความฝันให้เป็นจริง แต่ก็เพราะกระแสน้ำวน ทำให้ลูฟี่พลัดหลงไปที่ๆแห่งหนึ่ง และก็ช่วยเหลือ โคบี้ ให้หนีรอดจาก อัลบีด้า โจรสลัดสาวหน้าตาอัปลักษณ์ ต่อมา โคบี้และลูฟี่ ก็เข้าไปที่ตัวเมือง และได้ยินข่าวว่า โรโรโนอา โซโล นักล่าค่าหัวชื่อดังจะถูกประหารในเร็ววัน ลูฟี่ได้ยินดังนั้น ก็ตัดสินใจที่จะชวนโซโลมาเป็นพวกโดยที่ไม่ได้ฟังคำคัดค้านของโคบี้เลย ทั้ง2ก็มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่โซโลนั้นถูกจับอยู่ ลูฟี่ก็เลยชวนให้โซโลมาเป็นพวกเขา แต่โซโลไม่ยอมเพราะเข้าใจว่าตัวเองจะถูกปล่อยอีกไม่กี่วัน แต่ต่อมา โซโลก็รู้ความจริงว่า ตัวเองจะถูกประหารชีวิตในเร็ววัน จากปากของโคบี้ ที่ได้ยินคำพูดของ เฮลเมปโป ลูกชายของผู้พันมอร์แกนผู้โหดร้าย โซโลจึงตัดสินใจยอมเป็นผู้ช่วยของลูฟี่ และทั้ง2ก็ช่วยกันต่อสู้ และสามารถเอาชนะได้ หลังจากเหตุการณ์นั้น โคบี้ตัดสินใจฝากตัวเป็นทหารเรือ ส่วนลูฟี่และโซโลจะออกเรือไปยังเกาะต่อไป

  เมื่อถึงเกาะ ลูฟี่ กับ โซโล ก็ได้พบกับ นามิ โจรสาว ลูฟี่เห็นดังนั้นก็เลยชักชวนนามิมาเป็นพวกอีกตามฟอร์ม แต่นามิปฏิเสธ บอกว่าเกลียดโจรสลัด แต่นามิก็ใช้อุบายว่าจะร่วมมือกับลูฟี่ แต่เอาเข้าจริง นามิก็พาลูฟี่ไปติดกับดักของ บากี้ โจรสลัดตัวตลก ที่สามารถแยกร่างกายได้ บากี้ก็สั่งอีกว่า ให้นามิสังหารลูฟี่ซะ แต่นามิทำไม่ลง แต่โชคดีที่โซโลมาพอดี ก็เลยเกิดการสู้กัน และ ทั้ง 3 ก็เอาชนะได้ โดยที่เอาร่างกายส่วนหนึ่งของบากี้โยนไปที่ไกลๆ
  
  จากนั้นทั้ง3ก็มุ่งหน้าไปที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง เพื่อต้องการเปลี่ยนเรือให้มีสภาพดียิ่งขึ้น เหมาะแก่การไปลุยในแกรนไลน์ และก็ได้พบกับอุซป จอมโกหกประจำหมู่บ้าน พร้อมกับ สมาชิกโจรสลัดอุซป ทั้ง พีแมน นินจิน และ เจ้าหอมใหญ่ อุซปก็แนะนำไปว่า ให้ไปขอเรือที่ บ้านของ คายะ เศรษฐีสาวขี้โรคประจำหมู่บ้าน ทั้งหมดก็มุ่งหน้าไปที่บ้านดังกล่าว แต่ก็ถูก คุระฮาโดล คนรับใช้ของคายะขับไล่ออกไป ขณะที่อุซปกำลังเดินกลับบ้านอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงคนประชุมกัน และพบว่า ตัวจริงของ คุระฮาโดล ก็คือ กัปตันคุโระนั่นเอง กำลังวางแผนกับ จังโก้ ให้มาบุกทำลายหมู่บ้านนี้ซะ อุซปได้ยินดังนั้น ก็ตัดสินใจไปบอกคายะ แต่คายะเข้าใจว่า เป็นเรื่องเล่าเหมือนที่อุซปเคยเล่าให้เธอฟังหลายเรื่อง อุซปก็ขอร้องให้เธอหนีไป แต่คุระฮาโดลก็มาพอดี และ จัดการไล่อุซปออกไปจากบ้านหลังนี้ อุซปรู้สึกท้อที่สิ่งที่เขาเล่าไปก็ไม่มีใครเชื่อ แต่พวกของลูฟี่พบเข้าจึงตัดสินใจเล่าความจริงให้ฟัง และ ทั้งหมดจึงยอมช่วยเหลืออุซป
  แผนการทั้งหมดก็เริ่มขึ้น ทั้งหมดก็แค่รอการมาของกลุ่มโจรสลัดคุโระ แต่ปรากฏว่า กลุ่มโจรสลัดคุโระนั้นมาอีกทิศทางหนึ่ง ก็เลยต้องเสียเวลาไปอีก และในที่สุด กลุ่มของลูฟี่ก็ได้พบกับกลุ่มของคุโระ และก็เปิดฉากต่อสู้กัน ลูฟี่เผลอโดนจังโก้สะกดจิต จึงวิ่งชนเสากระโดงเรือหลับไป นามิก็ได้รับบาดเจ็บด้วย ส่วน โซโลก็ต่อสู้กับลูกสมุน2ตัวของจังโก้และก็ผ่านมาได้อย่างทุลักทุเล ส่วนอุซปก็โดนคุโระอัดซะน่วม แต่จากนั้น คายะก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับรู้เรื่องราวทั้งหมดจาก เมรี่ คนรับใช้ของเธอที่ถูก คุโระทำร้ายยืนยันว่า อุซปนั้นพูดความจริง คายะก็ขอร้องไม่ให้คุโระทำอะไรมากไปกว่านี้ แต่คุโระไม่ยอมพร้อมกับจะสังหารเธอเสีย แต่ก็ได้ กลุ่มโจรสลัดอุซปเข้าช่วย และพาเธอหนีไป คุโระก็สั่งให้จังโก้ไปตามเธอ ลูฟี่ก็ฟื้นตัวมาพอดี และ สู้กับคุโระ และ ก็เอาชนะไปได้ ส่วนอีกด้านโซโลก็ช่วยเหลือคายะและกลุ่มโจรสลัดอุซปได้สำเร็จ
  หลังจากนั้น อุซปก็ขอร้องให้คายะและเด็กๆเก็บเรื่องนี้เอาไว้โดยไม่ต้องบอกใคร จากนั้นอุซปจึงตัดสินใจยุบกลุ่มโจรสลัดอุซป เพื่อออกไปผจญภัยตามที่ตัวเองต้องการ และในที่สุดอุซปก็ได้เป็นลูกเรือของลูฟี่ พร้อมกับ โกอิ้ง แมรี่ เรือลำใหม่ของพวกเขา

  

  ขณะที่พวกเขากำลังเดินทาง ก็ได้พบกับ
โยซากุ และ โจนี่ สหายคนสนิทของโซโล โจนี่ก็ขอร้องให้ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของโยซากุ และนามิก็รักษาจนหายดี นามิและทุกคนก็ลงความเห็นว่า ควรจะมีคนครัวซักคนมาเป็นพวกด้วย โยซากุและโจนี่ก็ตอบแทนด้วยการพาไปที่ภัตตาคารกลางทะเล บาราติเอ เพื่อไปหาคนครัวไปเป็นพวก แต่ลูฟี่ก็เผลอรับลูกกระสุนที่ยิงมาจากเรือของ ฟุลบอดี้ แล้วร่างของลูฟี่ก็กระเด็นไปทำให้ร้านอาหารนั้นเสียหาย เซฟขาแดง เจ้าของร้าน ก็เลยบอกให้ลูฟี่ไปเป็นพนักงานในร้าน เพื่อชดใช้ค่าเสียหาย และที่นั่น เขาก็พบกับซันจิ ซึ่งกำลังทำอาหารให้ กิง มือขวาของโจรสลัด ดอน ครีก กิน ลูฟี่ไม่รอช้าก็เลยชวนซันจิไปเป็นพวก แต่ซันจิปฏิเสธ ต่อมา กิงก็พา ดอน ครีกมา ครีกก็บอกให้เอาเสบียงทั้งหมดมาให้ ซันจิยินยอมแต่โดยดี แต่ซันจิกลับโดนครีกทำร้าย และ ประกาศว่า จะขอยึดเอาร้านนี้ไปด้วย ก็เลยต้องเปิดศึกกันระหว่างกลุ่มโจรสลัดดอนครีกกับกลุ่มพนักงานร้าน แต่ในขณะนั้นเอง จูอาคีล มิฮอร์ค ชายตาเหยี่ยวก็ปรากฏตัว โซโลจึงตัดสินใจท้าสู้กับมิฮอร์ค แต่ฝีมือของโซโลกับมิฮอร์คนั้นห่างชั้นกันมาก โซโลเลยพลาดท่าไป แถมนามิดันขับเรือแม่รี่หนีไปอีกคน   ลูฟี่เลยบอกให้อุซปและที่เหลือไปตามหานามิพร้อมกับพาโซโลที่บาดเจ็บนั้นไปด้วย ลูฟี่ก็เลยเปิดศึกกับครีก ในขณะเดียวกันกิงก็มาทำร้ายเซฟ ในขณะที่ซันจิกำลังสู้กับปาลู สมุนคนเก่งของครีก หลังจากที่ซันจิจัดการกับปาลูเรียบร้อยแล้ว ก็เลยหันหน้าไปสู้กับกิง ครีกก็เลยสั่งให้กิงนั้นฆ่าซันจิซะ แต่กิงทำไม่ได้ เพราะนึกถึงบุญคุณที่ซันจิเคยช่วยไว้ ครีกโมโหมากก็เลยปล่อยแก๊สพิษหมายจะสังหารทุกคนในร้าน รวมทั้งกิงด้วย ลูฟี่ก็เอาหน้ากากกันแก๊สพิษให้กิง แต่กิงกลับยอมโดนแก๊สพิษเต็มๆ ลูฟี่จึงโมโหมาก ก็เลยสู้กับครีก และก็ทำให้เกราะอันแข็งแกร่งของครีกแตก และ ลูฟี่ก็จมน้ำไปด้วย
  ลูฟี่ก็ได้รับความช่วยเหลือจากซันจิ ก็เลยคิดจะชวนซันจิให้เป็นพวกต่อ แต่ซันจิยังปฏิเสธเหมือนเดิม ต่อมา ซันจิและลูฟี่ก็ไปทานอาหาร ซันจิก็ถูกบรรดากุ๊กในร้านดูถูกฝีมือในการปรุงอาหาร ซึ่งแท้จริงเป็นการแสดงละครตบตาของบรรดากุ๊ก ให้ซันจิได้ออกไปผจญภัยตามพวกลูฟี่ และก็ได้ผล ซันจิก็ยอมไปกับลูฟี่ และซันจิก็จากกันกับพวกเขาด้วยดี

  อีกด้านหนึ่ง โซโลและอุซปก็มาถึงหมู่บ้านโคโคยาชิ ซึ่งเป็นที่อยู่ของนามิ อุซปก็พบกับ
โนยิโกะ ซึ่งเป็นพี่สาวของนามิ เข้ามาช่วยไว้ ส่วนโซโล ก็ถูกพรรคพวกของอารอนจับ และพบว่า นามิก็เป็นพวกเดียวกับอารอน โซโลก็เลยถูกจับขังไว้ แต่นามิก็เข้ามาช่วยโซโลเอาไว้ ต่อมาอุซปก็พบกับนามิ แต่ก็ถูกนามิจัดการ(แต่ไม่ฆ่าให้ตาย) ในขณะเดียวกัน ลูฟี่และซันจิที่ตามมาทีหลังก็มาถึงเกาะนี้ และลูฟี่ก็พบว่า นามิทำตัวไม่เป็นกับพวกเขาเหมือนเคย โนยิโกะออกมาก็เลยเล่าเรื่องในอดีตของนามิให้ฟัง (รายละเอียดอ่านได้ที่หน้า เพื่อนร่วมเดินทางของลูฟี่) ทำให้พวกของลูฟี่ที่เหลือถึงกับแค้นเลย
  อีกด้านหนึ่งนามิก็พบว่ามีพวกทหารเรือมาที่บ้าน และ นำทรัพย์สินที่ตัวเองเก็บมาทั้งหมดนั้นไป ต่อมานามิก็มารู้ความจริงว่า เป็นแผนการของอารอน ที่ต้องการจะรั้งตัวนามิไว้ และ ให้คนในหมู่บ้านทนทุกข์ทรมานกันต่อไป แถมที่เลวร้ายไปกว่านั้น คนในหมู่บ้านทุกคนรวมตัวกันไปจัดการกับอารอน นามิก็พยายามห้าม แต่ก็ไม่มีใครฟัง นามิเสียใจมากเลยเอามีดมาแทงไหล่ตัวเอง ลูฟี่เห็นเข้า นามิจึงขอร้องให้ลูฟี่ช่วย ลูฟี่และพรรคพวกที่เหลือจึงบุกไปอารอนปาร์ค และจัดการกับอารอนและสมุนไปอย่างยับเยินไม่เหลือสภาพ ทำให้ชาวหมู่บ้านที่ทุกข์ทรมานมานานก็ได้ดีใจซะทีจึงจัดงานฉลองใหญ่ และ ในที่สุด นามิก็กลายเป็นสมาชิกของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางอย่างสมบูรณ์ และ ลูฟี่ก็มีค่าหัวเป็นครั้งแรก


  เข้าสู่แกรนไลน์  

ลูฟี่และสมาชิกทั้งหมด ซึ่งมี โซโล นามิ อุซป ซันจิ ก็มุ่งหน้าไปสู่ ล็อคทาวน์ เกาะสุดท้ายก่อนเข้าไปแกรนไลน์ ทั้งหมดก็ลงไปซื้อสิ่งของเสบียงกัน แต่ลูฟี่ดันไปยืนอยู่บนแท่นประหารของโกลด์ ดี โรเจอร์ และก็พบกับ อัลบีดา ที่แปลงสภาพกลายเป็นสาวงามเพราะผลสุเมะสุเมะ ที่กลายมาเป็นพวกของบากี้ และ ลูฟี่ก็ติดกับของบากี้ และบากี้ก็จะทำการประหารชีวิตของลูฟี่ แต่โชคดีที่ฟ้าผ่าซะก่อน ลูฟี่เลยรอดมาได้ และก็วิ่งหนีไปพร้อมกับโซโล และ ซันจิ ขณะที่กำลังหนี พวกเขาก็ต้องเจอกับ นาวาตรี สโมคเกอร์ ผู้มีความสามารถของผลควัน ซึ่งกำลังตามจับพวกบากี้และพวกของลูฟี่ด้วย ส่วนโซโลก็ต้องต่อสู้กับ พันจ่าตรี ทาชิงิ ที่เคยพบกันตอนที่ร้านดาบ แต่โชคดีที่ ดราก้อนที่มีความสามารถควบคุมดินฟ้าอากาศมาช่วย พวกลูฟี่เลยรอดตาย และ ออกเรือมุ่งหน้าไปแกรนไลน์

  พวกลูฟี่ก็พยายามเข้าไปแกรนไลน์ที่ว่ากันว่าหินสุดๆ และความพยายามดังกล่าวก็ประสบผลสำเร็จ แต่โชคร้ายที่เรือของพวกเขาก็เข้าไปในกระเพาะของปลาวาฬลาบูนแล้ว แต่ก็ได้ความช่วยเหลือของ ค็อกคัส พวกลูฟี่เลยออกมาได้ จากนั้น ค็อกคัสก็เล่าเรื่องต่างๆให้ฟัง โดยเฉพาะเรื่องของลาบูนที่อยากให้โจรสลัดกลุ่มหนึ่งกลับมาจนคลั่ง แต่ลูฟี่ก็เลยตัดสินใจสู้กับลาบูน จนลาบูนสงบลง และ ค็อกคัสก็ให้ล็อกโพส เข็มทิศที่ใช้ในการเดินทางในแกรนไลน์ และ ในระหว่างทางก็พบกับ มิสเตอร์ไนน์ และ มิสเวนส์เดย์ ที่ทำภาระกิจพลาด และทั้ง2ก็ตอบแทนที่พวกของลูฟี่ช่วยชีวิตไว้ ด้วยการพาไปที่ วิสกี้ พีค

  วิสกี้ พีค  

  พวกลูฟี่ก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีจาก มิสเตอร์เอท และชาวเมือง ก็เลยมีการฉลองอย่างยิ่งใหญ่ แต่หารู้ว่า ในตอนกลางคืน ชาวเมืองวางแผนกันทำร้ายพรรคพวกของลูฟี่ ซึ่งนำโดย มิสเตอร์เอท มิสมันเดย์ มิสเตอร์ไนน์ และ มิสเวนส์เดย์ แต่โซโลกลับรู้แผนการ ก็เลยมีการต่อสู้กันระหว่างโซโล กับ ชาวเมือง แต่ในขณะเดียวกัน มิสเตอร์ไฟว์ และ มิสวาเลนไทน์ก็จับได้ว่า มิสเตอร์เอท หรือ อิการัม คนรับใช้คนสนิทของ เนเฟลตาลี บิบี ซึ่งก็คือ มิสเวนส์เดย์ มาแฝงตัวในกลุ่มบาร็อคเวิร์คส์ ซึ่งเป็นกลุ่มของพวกเขาด้วย ทั้ง2จึงจัดการสังหารพวกเขาเสีย แต่ก็ได้ มิสเตอร์ไนท์ กับ มิสมันเดย์ ยอมสละชีวิตเอาไว้ ส่วนลูฟี่ที่ตื่นขึ้นมาพอดี ก็เข้าใจผิดคิดว่า โซโลทำร้ายชาวเมือง ทั้ง2เลยต่อสู้กัน แถมทำให้ มิสเตอร์ไฟว์ และ มิสวาเลนไทน์โดนลูกหลงไปด้วย หลังจากที่โซโลและลูฟี่เคลียร์กันเสร็จสิ้น ทั้ง2 รวมทั้งนามิ ก็รู้ความจริงทั้งหมดจาก บิบี และ อิการัม ว่า พวกเขาต้องการสืบหาตัวการที่ทำให้อาณาจักรอลาบาสต้าของพวกเขาวุ่นวาย อิการัมยังกำชับอีกว่า ให้ดูแลเจ้าหญิงของเขาให้ดีด้วย ขณะที่พวกของลูฟี่กำลังจะขึ้นเรือนั้น ก็พบกับ มิสออลซันเดย์ หรือ นิโคโรบิน เธอก็เอาเอเทอนอลโพสที่สามารถไปอลาบาสต้าได้เร็วขึ้นมาให้ แต่ลูฟี่กลับทำลาย และบอกว่า เขาจะเป็นคนกำหนดเส้นทางเดินเรือเอง จากนั้นพวกลูฟี่ก็ออกเดินทางไปที่ลิตเติ้ลการ์เด้น

  มนุษย์ยักษ์แห่งลิตเติ้ล การ์เด้น  

  พวกลูฟี่รวมถึงบิบี ก็มาถึงลิตเติ้ลการ์เด้น เกาะแห่งไดโนเสาร์ ลูฟี่ บิบี และ กาลูสัตว์เลี้ยงของเธอ ก็ออกไปสำรวจเกาะ ส่วนโซโลกับซันจิออกไปล่าสัตว์ ปล่อยให้ นามิ กับ อุซป เฝ้าเรือไว้ แต่ทันใดนั้น คนยักษ์ บอร์กี้ก็มาที่เรือและชวน นามิ กับ อุซป ไปทานอาหาร ในขณะเดียวกัน ดอร์รี่ คนยักษ์อีกตนก็ช่วยเหลือลูฟี่ที่ถูกไดโนเสาร์กลืนออกมา และทั้ง2ฝ่ายต่างก็เล่าถึงการต่อสู้ที่ยังไม่รู้แพ้รู้ชนะของตน ส่วนอีกด้านหนึ่ง พรรคพวกบาร็อค เวิร์คส์ ที่นำโดย มิสเตอร์ทรี มิสโกลเด้นวีค มิสเตอร์ไฟว์ และ มิสวาเลนไทน์ ก็วางแผนที่จะจับบิบีและพวกของลูฟี่ โดยแผนแรกก็จัดการป่วนการต่อสู้ระหว่างคนยักษ์ทั้ง2 และก็จับพรรคพวกของลูฟี่ ซึ่งได้แก่ โซโล นามิ และ บิบี ไว้เป็นตัวประกัน
ลูฟี่ อุซป และ กาลู ก็เลยเข้ามาช่วยเหลือพรรคพวกไว้ แต่ก็ทำได้อย่างยากลำบากก็เพราะ มิสเตอร์ทรีเป็นมนุษย์เทียน และมิสโกลเด้นวีค ที่สามารถใช้สีสะกดจิตใจได้ แต่ลูฟี่ก็สามารถช่วยเหลือพวกเขาได้ และ ปราบพรรคพวกของบาร็อคเวิร์คส์ซะอยู่หมัด ในขณะเดียวกัน ซันจิก็ได้รับข่าวจากมร.ซีโร่ หรือ คร็อกโคไดล์ หัวหน้ากลุ่มบาร็อคเวิร์คส์ที่เข้าใจผิดคิดว่าซันจิคือ มิสเตอร์ทรี และ ซันจิก็จัดการมิสฟรายเดย์ และ มิสเตอร์เธอร์ทีนลงด้วย จากนั้น ซันจิก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้พวกลูฟี่ฟัง และ ทั้งหมดก็ตัดสินใจไปอลาบาสต้าโดยเร็ว โดยมีคนยักษ์ทั้ง2เป็นคนนำทางไป ในขณะที่กำลังเดินทางอยู่นั้น นามิก็ป่วยหนักจนไม่สามารถควบคุมการเดินเรือได้

  ดรัม อาณาจักรที่ไร้ชื่อ 

  สถานการณ์ก็เลวร้าย เมื่อต้นหนเรือคนเก่งอย่าง นามิ ป่วยหนัก ทุกคนก็ตัดสินใจว่าจะพานามิไปหาหมอรักษา บิบีก็แนะนำว่าให้ไปที่อาณาจักรดรัม ที่ขึ้นชื่อว่า มีหมอที่เก่งที่สุดอยู่หลายคน ขณะเดินทางไปถึงเกาะดรัม ก็พบกับ วาโปลู และ พรรคพวก ที่ยืนอยู่บนกลางทะเล และ ก็โดนลูฟี่อัดกระเด็น พอไปถึงเกาะ พวกลูฟี่ก็เจอการต้อนรับอันสุดแย่ แต่ลูฟี่และบิบีก็ขอร้องกับชาวเกาะอย่างสุภาพ ดอลตัน ซึ่งเป็นชาวเกาะนั้นก็เลยพามา และแนะนำว่า ให้พานามิไปรักษากับ ดร.คุเรฮะ ลูฟี่กับซันจิก็เลยอาสาจะพานามิไปรักษากับคุณหมอคนนั้น แต่ในระหว่างทางพวกเขาก้ต้องเจออุปสรรค์สารพัด กว่าจะไปถึงตัวหมอคุเรฮะได้ ทุกคนก็สะบัดสะบอมไปทั้งตัว ดร.จึงจัดการรักษาทั้ง3จนหายดี นามิที่อาการดีขึ้น ตื่นขึ้นมาก็พบกับ โทนี่ โทนี่ ช็อปเปอร์ กวางครึ่งมนุษย์ตัวหนึ่ง พอช็อปเปอร์เห็นนามิเข้า ก็ตกใจกลัว แต่ในขณะเดียวกัน วาโปลูก็กลับมาถึงปราสาทของตนเองหลังจากที่จากที่นั่นมานาน และปล่อยให้โจรสลัดมาทำลายอาณาจักร จนกลายเป็นอาณาจักรไร้ชื่อ พอวาโปลูมาถึง ก็พบกับพวกของลูฟี่ ช็อปเปอร์ และ ดร.คุเรฮะ การต่อสู้ก็เลยเริ่มขึ้น ทั้งลูฟี่และช็อปเปอร์ก็ช่วยกันต่อสู้จนสามารถขับไล่วาโปลู ออกจากอาณาจักรได้
  จากนั้น ลูฟี่ก็เลยชักชวนช็อปเปอร์ให้มาเป็นพวกตัวเอง แต่ช็อปเปอร์ปฏิเสธเพราะ ตัวเองเป็นตัวประหลาดอาจทำให้ทุกคนรังเกียจ แต่ลูฟี่ไม่ฟัง และบอกให้ช็อปเปอร์เป็นพวก ช็อปเปอร์รู้สึกดีใจ ก็เลยตามลูฟี่ไปอีกคน ส่วนดร.คุเรฮะ ก็นำผงสีแดงซึ่งเป็นผลงานของดร.ฮิลรุคมายิงพ่นใส่ท้องฟ้าจนหิมะกลายเป็นสีชมพูคล้ายๆกลีบดอกซากุระ เพื่อเป็นการสั่งลาช็อปเปอร์อย่างประทับใจ   

  กอบกู้อลาบาสต้า 

  

  พรรคพวกของลูฟี่ก็ออกจากอาณาจักรดรัมไป ระหว่างทางก็พบกับ มิสเตอร์ ทู บอนเคร หนึ่งในสมาชิกของบาร็อคเวิร์คส์ และก็โชว์ความสามารถของผลเลียนแบบให้พวกลูฟี่ได้ดู และเขาก็จากไป จากนั้นคณะของลูฟี่ก็มาถึงเมืองนาโนฮานา อาณาจักรอลาบาสต้า ทุกคนก็ลงไปซื้อเสบียง และก็พบกับ สโม้คเกอร์ และ ทาชิงิ ที่กำลังตามจับลูฟี่อยู่ แต่ลูฟี่ก็ได้รับความช่วยเหลือจาก โปรโตกัส ดี เอซ ซึ่งเป็นพี่ชายตัวเอง ผู้มีพลังของผลไฟมาช่วยลูฟี่ไว้ เอซก็เลยชักชวนให้ลูฟี่เป็นสมาชิกของกลุ่มโจรสลัดหนวดขาวเหมือนกับเขา แต่ลูฟี่ปฏิเสธ เอซก็จากไป ส่วนพวกลูฟี่ก็มุ่งหน้าไปที่ยูบา และก็พบกับ โตโต้ ชายแก่คนหนึ่งกำลังขุดหาน้ำอยู่ และทั้งหมดก็ได้รู้เรื่องราวทั้งหมด รวมถึง โคซา ลูกชายของตนและเป็นเพื่อนสมัยเด็กของบิบี นั้นเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่ง มิสออลซันเดย์ ก็ชักชวน สมาชิกระดับสูงที่เหลือ ซึ่งได้แก่ มิสเตอร์วัน มิสดับเบิ้ลฟิงเกอร์ มิสเตอร์ทูบอนเคร มิสเตอร์โฟร มิสเมอรี่คริสต์มาส มาประชุมแผนการร่วมกับ คร็อกโคไดล์
 
   อีกด้านหนึ่งพวกลูฟี่ก็เตรียมออกจากเมืองยูบา แต่ก่อนจะออกจากเมือง ลูฟี่ก็มีปากเสียงกับบิบีนิดหน่อยถึงขั้นใช้กำลังกัน แต่เหตุการณ์ก็จบลงที่ ลูฟี่อาสาจะเป็นคนปราบคร็อกโคไดล์ เอง ทั้งหมดก็มุ่งหน้าไปที่เรนเบส ซึ่งเป็นฐานลับของพวกบาร็อคเวิร์คส์ แต่พวกเขาก็พบกับ สโม้คเกอร์ และ ทาชิงิ อีกครั้ง ลูฟี่ นามิ อุซป และ โซโล ก็รีบหนีไปจากการตามล่าของสโม้คเกอร์ จนทั้งหมดติดกับของ คร็อกโคไดล์ ก็เลยถูกขัง
ในขณะเดียวกัน มร.ทูบอนเครก็จัดการปลอมตัวเป็น คอบร้า กษัตริย์ของอลาบาสต้า พ่อของบิบี ไปป่วนเมืองท่า นาโนฮานา ทำให้ฝ่ายปฏิวัติที่นำโดยโคซา กับ ฝ่ายกษัตริย์ยิ่งขัดแย้งกันมากขึ้น อีกด้านหนึ่ง บิบีก็จะเข้ามาช่วยพวกของลูฟี่ที่ถูกขังเอาไว้ แต่ก็สู้คร็อกโคไดล์ ไม่ได้ แถมกุญแจคุกก็ถูกจระเข้กินเข้าไป(แต่จริงๆแล้ว กุญแจของจริงอยู่ที่คร็อกโคไดล์ ) แต่โชคดีที่ซันจิมาทันเวลาพอดี และช่วยพาเพื่อนๆนั้นหนีออกไปได้ ด้วยการอัดมิสเตอร์ทรีซึ่งถูกคร็อกโคไดล์ ลงโทษอยู่ที่นั่นพอดี สโม้คเกอร์ก็ได้แต่ปล่อยพวกของลูฟี่ไป ทั้งหมดจึงมุ่งหน้าต่อไปที่ อัลบานา เมืองหลวงของอาณาจักร แต่คร็อกโคไดล์ ก็จับบิบีไว้ แต่ลูฟี่ก็ช่วยเอาไว้ และบอกให้พวกที่เหลือนั้นไปที่นั่นก่อน ส่วนตัวเองจะสู้กับคร็อกโคไดล์ แต่ก็แพ้ไม่เป็นท่า แต่ก็ได้ เปรู หนึ่งในองครักษ์ของบิบีมาช่วยเอาไว้
  
  ที่เหลือก็มาถึงอัลบานา และก็รู้ว่ามีสมุนของคร็อกโคไดล์ กำลังดักทางไว้ ก็เลยบอกให้บิบีล่วงหน้าไปก่อน จากนั้นก็เกิดการต่อสู้กันระหว่างพวกของลูฟี่ และ พวกของคร็อกโคไดล์ โดยโซโล สู้กับ มร.วัน, นามิ สู้กับ มิสดับเบิ้ลฟิงเกอร์ , อุซปกับช็อปเปอร์สู้กับมร.โฟร และ มิสเมอรี่คริสต์มาส และ ซันจิสู้กับมร.ทูบอนเคร และทุกคนก็ผ่านมาได้ (อย่างทุลักทุเล)
  อีกด้านหนึ่งบิบีก็ไปถึงพระราชวัง และพบกับ คอบร้า , โคซา และ คร็อกโคไดล์ กำลังเผชิญหน้ากัน และ โคซาก็รู้ความจริงว่า ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดนั้นมาจากฝีมือของ คร็อกโคไดล์ ไม่ใช่ฝีมือของคอบร้า โคซาจึงตัดสินใจยกธงขาวบอกให้พวกเขายุติการต่อสู้กับกองทหารของพระราชา แต่ก็ได้มีพวกบาร็อคเวิร์คส์แอบแฝงเข้าไปทำร้ายโคซาจนได้รับบาดเจ็บ และทำให้สงครามยังคงดำเนินต่อไป แถมคร็อกโคไดล์ บอกอีกว่า ติดตั้งระเบิดเวลาเอาไว้หมายจะระเบิดลานหน้าพระราชวัง จากนั้นลูฟี่ก็มาพอดีและต่อสู้กับคร็อกโคไดล์ อีกหน และลูฟี่ก็รู้จุดอ่อนของคร็อกโคไดล์คือ ไม่ถูกกับน้ำ ลูฟี่ก็เลยต่อยถูก แต่ก็ไม่สามารถล้มคร็อกโคไดล์ได้ คอบร้าก็เลยพาพวกของคร็อกโคไดล์ ไปยังห้องใต้ดิน และให้มิสออลซันเดย์อ่านตัวอักษรโพเนกรีฟดู แต่ก็ไม่ได้ข้อมูลพลูตันที่ต้องการเลย(แต่จริงๆ แล้ว เธอโกหก) คร็อกโคไดล์ จึงหักหลังมิสออลซันเดย์หรือ นิโคโรบินเข้า แต่ลูฟี่ที่ฟื้นตัวได้พอดี ก็มาต่อสู้กับคร็อกโคไดล์ อีกหน แต่คราวนี้ลูฟี่แก้มือได้สำเร็จ ส่วนอีกด้านหนึ่ง พรรคพวกของลูฟี่ก็ไปจัดการหยุดระเบิด แต่เปรูอาสาเอาระเบิดที่ซ่อนอยู่ที่หอนาฬิกานั้นไปทิ้งด้วยตนเอง
  
  หลังจากเสียงระเบิด ฝนก็ตกลงมาที่อาณาจักร เป็นสัญญาณว่า การสู้รบยุติลงแล้ว อาณาจักรก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง พวกลูฟี่ก็ได้รับการเลี้ยงฉลองเป็นการใหญ่ แต่ลูฟี่ก็ต้องรีบออกจากอาณาจักรนี้โดยเร็วเพราะ ทหารเรือ ซึ่งนำโดย นาวาโท ฮินะ จะมาล้อมอ่าวเพื่อจับกุมลูฟี่ แต่โชคดีที่ได้มร.ทูบอนเคร ช่วยพาเรือของพวกลูฟี่หลบหนีไปได้ก่อน ทำให้พวกของลูฟี่รอดมาได้ และท้ายที่สุด พวกเขาก็มาบอกลาบิบีที่ตัดสินใจเป็นเจ้าหญิงของอาณาจักรนี้ต่อ แล้วพวกเขาก็จากอลาบาสต้าไป....

  สกายเปียร์ เกาะแห่งท้องฟ้า 

  ลูฟี่และผองเพื่อน(ยกเว้น โซโล) ต่างก็โศกเศร้าที่ต้องจากกับบิบี แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อ มิสออลซันเดย์ หรือ นิโคโรบิน ปรากฎตัวบนเรือ เธอกล่าวว่า เป็นเพราะลูฟี่ที่ช่วยชีวิตเธอไว้ ก็เลยขอร้องให้ลูฟี่รับเธอมาเป็นพวกเดียวกัน ลูฟี่ยอมตกลงให้เธอเป็นพวก แต่ต่อมา พวกเขาก็พบกับ ซากเรือที่ตกลงมาจากท้องฟ้า แถมแผนที่ของสกายเปียร์ เกาะแห่งท้องฟ้า
ลูฟี่ ซันจิ โซโล ก็ไปตรวจสอบซากเรือนั้น และก็มีเรื่องกับ มาซิร่านักกู้เรือ ที่มาสำรวจเรือลำนี้เช่นกัน ซึ่งผลการสำรวจก็สรุปได้ว่า มีเกาะแห่งท้องฟ้าอยู่จริง แถม ล็อคโพสของนามิก็ชี้ไปข้างบนด้วย ลูฟี่ก็เลยตัดสินใจที่จะไปเกาะแห่งท้องฟ้า แต่ก่อนหน้านั้น ก็ต้องไปหาข้อมูลที่จายาก่อน พอมาถึงจายา เมืองม็อคทาวน์ ลูฟี่ โซโล และ นามิ ต่างก็ได้รับการต้อนรับที่ไม่เป็นมิตรเอาเลย แถมถูก ไฮยีน่า เบรามี่ ดูถูกดูแคลนอีกด้วย แต่ทั้ง3ก็ได้กำลังใจ จาก มาร์แชล ดี ทีช หัวหน้าโจรสลัดหนวดดำ ที่คอยบอกข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในขณะเดียวกัน นิโคโรบิน ก็ได้แผนที่ เกาะจายาอีกด้วย ทั้งหมดก็เลยมุ่งหน้าไปที่บ้านของมองบลัง คริกเก็ต แถมยังต้องคอยหลบหนีพลังเสียงทำลายล้างของ โชโจ พี่ของมาซิร่าอีกด้วย
  พอไปถึงที่นั่น ลูฟี่ ก็พบกับ มองบลัง คริกเก็ต ซึ่ง เป็น หลานชายของ มองบลัง โนแลนด์ ที่ขึ้นชื่อลือชาว่า เป็นชายจอมโกหก และพวกลูฟี่ก็ได้ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ คริกเก็ตก็เลยเล่าให้ฟังว่า ที่เขาทำไปเพราะต้องการจะพิสูจน์เรื่องเล่าของโนแลนด์ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องขุมทองนั้นเป็นเรื่องจริง แถมเขารวมถึง มาซิร่าและ โชโจ ที่ซึ้งในพระคุณที่ช่วยเหลือคริกเก็ต ต่างก็อาสาจะซ่อมเรือ และ พาไปยังจุดที่จะเกิด น็อคอัพ สตรีม ที่สามารถพาไปเกาะแห่งท้องฟ้าได้ แต่ในระหว่างนั้น คริกเก็ต มาซิร่า โชโจ ก็ถูกพรรคพวกของเบรามี่ทำร้าย ลูฟี่แค้นมาก จึงไปอัดเบรามี่ซะจอด หลังจากเคลียร์กันเรียบร้อย ทั้งหมดก็มุ่งหน้าต่อไปที่จุด ที่เกิด น็อคอัพ สตรีม ในขณะเดียวกัน พวกกลุ่มโจรสลัดหนวดดำก็ตามมารังควาน แต่โชคดีที่เกิด น็อคอัพ สตรีม ขึ้นมาพอดี ก็เลยหนีรอดและสามารถไปยังเกาะแห่งท้องฟ้าสำเร็จ

  พวกของลูฟี่ก็ได้พบกับอัศวินแห่งนภา กันโฟล กับ ปิแอร์ ที่ช่วยชีวิตพวกของลูฟี่เอาไว้ และก็ได้รับการตอนรับโดย โคนิส กับ ปากายา คุณพ่อของเธอ แต่ก็เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น เมื่อ พรรคพวกของลูฟี่ถูกตามจับ เพราะ ถูกหลอกให้เข้าเกาะฟรี โคนิสก็สารภาพว่า เธอเป็นคนบอกให้คนเหล่านี้มาตามจับพวกลูฟี่เอง ลูฟี่ และ พรรคพวกที่เหลือจึงตัดสินใจไป อัปเปอร์ยาร์ด ดินแดนต้องห้าม และก็ได้รู้เรื่องราวของเกาะนี้จากนามิว่า เคยเป็นส่วนหนึ่งของเกาะจายาที่อยู่บนทะเลสีฟ้า ทั้งหมดจึงตัดสินใจที่จะไปหาขุมทองที่นั่น แต่ทว่าพวกเขาก็ต้องต่อสู้กับกลุ่มคนทั้งหลายเหล่านี้ ตั้งแต่ 4 เทพผู้คุมกฎ นักรบเผ่าแชนเดรีย ซึ่งนำโดย ไวเปอร์ และพรรคพวก และการต่อสู้ก็ยังดำเนินต่อไป จนกระทั่ง เอเนลู เทพประจำเกาะ ที่ต้องการจะให้ดินแดนแห่งนี้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่มีแค่พระเจ้าอย่างเขาเหมาะสมที่จะอยู่ ก็เลยใช้พลังสายฟ้าที่มีอยู่ กำจัดคนที่อยู่ในดินแดนนี้ คนแล้ว คนเล่า แถมเอเนลูจะใช้พลังทั้งหมดทำลายเกาะแห่งท้องฟ้าด้วย ก็มีแต่ลูฟี่ที่เป็นความหวังสุดท้ายหลงเหลืออยู่ ก็เลยต่อสู้กับ เอเนลู แต่ลูฟี่ก็โชคร้ายที่มือนั้นไปถูกทองเปลวและหลอมเป็นลูกบอลโดยฝีมือเอเนลู ก็เลยสู้ไม่ถนัดเท่าไหร่

  ในขณะที่ลูฟี่กำลังต่อสู้กับเอเนลูอยู่นั้น ก็มีภาพความหลังที่ มองบลัง โนแลนด์ พบกับ กาลูการา นักรบประจำเผ่าชานเดรีย ซึ่ง โนแลนด์นั้น ก็ช่วยเหลือชีวิตหญิงสาวที่ถูกบูชายัน รวมถึงตัดต้นไม้เพื่อรักษาโรคร้ายแรงประจำเผ่านั้น กาลูการาก็ซึ้งในพระคุณของโนแลนด์ ก็เลยให้คำสัญญากัน แถมเขาก็ได้เห็นขุมทองแห่งแชนโดราด้วย ก็เลยเอาเรื่องนี้ไปบอกกับคนในหมู่บ้าน พระราชาก็อยากจะทอดพระเนตรขุมทองที่โนแลนด์เล่ามา แต่กลับกลายเป็นว่า พวกเขามากันอีกที ก็กลายเป็นเกาะร้างไป จากเหตุการณ์นี้ โนแลนด์ ก็เลยถูกประหารชีวิต ทั้งที่ความจริงแล้ว ดินแดนแห่งแชนเดรีย ที่ซึ่งกาลูการาอยู่นั้น ก็เกิดปรากฎการณ์ แผ่นดินไหว และ ถูกต้นถั่วยักษ์ดันขึ้นไปบนท้องฟ้า และ กาลูการาก็ต้องมาจบชีวิตในขณะสู้รบกับชาวเกาะแห่งท้องฟ้าที่ต้องการแย่งดินแดนด้วย

  ลูฟี่ที่เคยให้สัญญากับมองบลัง คริกเก็ต ไว้ว่าจะต้องสั่นระฆังทองแห่งแชนโดราให้ได้นั้น ก็เลยรวบรวมพลังทั้งหมดอัดใส่เอเนลู ร่างของเอเนลูกระเด็นไปกระแทกกับระฆังทอง ทำให้ระฆังนั้นดังกังวาน และ เป็นการพิสูจน์ว่า เรื่องเล่าของโนแลนด์นั้นเป็นความจริง
หลังจากเหตุการณ์สงบลง ชาวเกาะแห่งท้องฟ้าและชาวเผ่าแชนเดรียก็ตกลงเป็นมิตรกัน กันโฟล กลายเป็นเทพ ส่วนพวกลูฟี่ก็ได้ทรัพย์สินจากที่นั่นไปส่วนหนึ่งด้วย

  เดวี่ แบ็ค ไฟท์ 

  พวกของลูฟี่ก็ลงจากเกาะท้องฟ้าได้อย่างปลอดภัย และ ไปที่เกาะลองริงลองรัน พบกับ กลุ่มโจรสลัดฟ็อกซี่ที่ไปทำร้ายม้าของทงยิท ชายแก่ที่อยู่เกาะนั้น จนได้รับบาดเจ็บ ลูฟี่โกรธมากที่ฟ็อกซี่ทำอย่างนั้น ฟ็อกซี่ก็เลยท้าให้พรรคพวกของลูฟี่เล่นเกมส์ เดวี่ แบ็ค ไฟท์ ของเขา ซึ่งกฎกติกาก็คือ ให้แข่งขันกัน3เกมส์ ผู้ชนะในแต่ละเกมส์ก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกพรรคพวกของอีกฝ่ายให้เป็นพวกของตนเอง ถ้าใครชนะ 2 ใน 3 เกมส์ ก็ถือว่าเป็นผู้ชนะโดยเด็ดขาด ลูฟี่ยอมตกลง และ เกมส์แรก โดนัท เรซ นั้น นามิ นิโคโรบิน และ อุซป เป็นคนเล่น แต่ก็ถูกลำแสงเอื่อยเฉื่อย ซึ่งเป็นพลังพิเศษของฟ็อกซี่ ทำพิษ ก็เลยแพ้ แถมยังต้องเสียช็อปเปอร์ไป แต่เกมส์2 คร็อกกี้ ริง โซโล กับ ซันจิ ก็กู้หน้าได้ เลยได้ช็อปเปอร์คืน จนต้องตัดสินกันที่ เกมส์สุดท้าย คอมแบ็ท ซึ่งกัปตันของทั้ง 2 ฝ่ายมาดวลกันเอง และ ลูฟี่ก็เอาชนะได้ ทำให้ฝ่ายลูฟี่เอาชนะได้อย่างเด็ดขาด ลูฟี่ก็เลยเลือกธงโจรสลัดของฟ็อกซี่ไป

  วอเตอร์เซเว่น  

  ก่อนที่พวกของลูฟี่จะออกจากเกาะลองริงลองรัน พวกเขาก็ได้ต่อสู้กับ อาโอคิยิ ทหารเรือระดับสูงผู้หนึ่ง ผู้ซึ่งมีพลังน้ำแข็งในตัว แต่ลูฟี่ก็แพ้ไม่เป็นท่า แต่การมาของอาโอคิยินั้น ทำให้ โรบิน รู้สึกกังวลใจอย่างมาก จากนั้นพวกเขาก็มุ่งหน้าไปที่เกาะวอเตอร์เซเว่น โดยจุดประสงค์ของพวกเขาก็คือต้องการซ่อมเรือ โกอิ้ง แมรี่ ที่ค่อนข้างจะทรุดโทรม รวมถึง การออกไปตามหาช่างประจำเรือให้มาเป็นสมาชิกของกลุ่มอีกที พอมาถึงที่เกาะแห่งนี้ ทุกคนก็ลงจากเรือ ยกเว้น โซโล ทางฝ่ายนามิ ลูฟี่ และ อุซป ก็นำทรัพย์สินที่ได้จากเกาะแห่งท้องฟ้าไปตีราคาเป็นเงิน ต่อจากนั้น พวกเขาก็มุ่งหน้าไปที่ กาเลรา คอมปานี สถานที่ต่อเรือที่มีชื่อเสียงประจำเกาะ ลูฟี่นั้น ก็ได้พบกับ ไอซ์เบิร์ก ซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีประจำเกาะนี้ และ เป็บผู้จัดการของกาเลรา คอมปานีอีกด้วย ลูฟี่จึงพยายามชวนให้ไปเป็นพวก แต่ไอซ์เบิร์กปฏิเสธ แต่เขาก็รับปากว่าจะช่วยดูสภาพเรือให้ โดยส่ง คาคุ ช่างไม้ฝีมือดีไปเป็นคนดู แต่ในระหว่างนั้น โรบินที่กำลังเดินเที่ยวกับช็อปเปอร์ ก็หนีไปตามคนลึกลับที่สวมหน้ากาก ต่อมา ลูฟี่ กับ นามิ ก็พบว่า อุซปหายไป จึงช่วยกันออกตามหา และก็พบว่า อุซปถูกกลุ่มโจรตระกูลแฟรงกี้ทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ พร้อมทั้งเอาเงินจำนวนมหาศาลไป ซึ่งสร้างความไม่พอใจแก่พวกของลูฟี่เป็นอย่างมาก จึงยกทีมไปถล่มพวกนั้นยับไม่มีชิ้นดี และ ช่วยอุซปสำเร็จ แต่ทว่า ลูฟี่กลับมาที่เรือ แล้ว ตัดสินใจที่สละเรือ เพราะ คาคุบอกว่า เรือนั้นใช้การไม่ได้อีกแล้ว แต่อุซปกลับไม่เห็นด้วย ก็เลยเกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรง จนในที่สุด อุซปก็ทนไม่ไหว ก็เลยขอออกจากกลุ่มของลูฟี่ แถมท้าให้ลูฟี่มาสู้กับเขาเพื่อชิงเรือแมรี่ และการต่อสู้ก็เริ่มต้นขึ้น อุซปพยายามต่อสู้สุดความสามารถแต่ก็แพ้ลูฟี่ไป พวกลูฟี่ที่เหลือจึงแยกจากอุซปกันอย่างสุดเศร้า

  ในเมือง ก็เกิดเรื่องวุ่นวายเข้า เมื่อไอซ์เบิร์กถูกลอบทำร้ายโดยกลุ่มคนลึกลับ แถม แฟรงกี้ ซึ่งเป็นหัวหน้าของกลุ่มโจรตระกูลแฟรงกี้ก็ปรากฏตัวขึ้น และก็มีเรื่องกับลูฟี่ เพราะแค้นที่ลูฟี่บุกมาถล่มพวกพ้องของตน แต่สถานการณ์เริ่มเลวร้าย เมื่อ ช่างต่อเรือของกาเลรา คอมปานี ซึ่งนำโดย พาวลี่ย์ นั้น เข้าใจผิด คิดว่าพวกลูฟี่เป็นคนทำร้ายไอซ์เบิร์ก และ ก็เกิดการต่อสู้กัน ในขณะเดียวกัน ซันจิและช็อปเปอร์ก็ตามหาโรบินจนพบ แต่โรบินกลับขอแยกจากกลุ่มกันที่นี่ ทำให้ซันจิตัดสินใจติดตามโรบินเองตามลำพัง

  จนกระทั่งคืนหนึ่ง กลุ่มคนลึกลับสวมหน้ากากก็เข้ามาที่บ้านของไอซ์เบิร์ก เพื่อจะฉกชิง แผนผังของ"พลูตัน"แต่พาวลี่ย์ก็เข้ามาขวาง และ เกิดการต่อสู้กัน เช่นเดียวกับลูฟี่ที่เข้ามาที่บ้านของไอซ์เบิร์ก เพื่อตามหาตัวโรบิน ที่อาจตามกลุ่มคนสวมหน้ากากลึกลับนั่นมาที่นี่ด้วย แต่ทั้ง2ก็ไม่สามารถต่อกรกับกลุ่มคนกลุ่มนั้นได้ ขณะเดียวกัน โรบิน ก็บุกเข้ามายังห้องของไอซ์เบิร์กได้สำเร็จ รวมไปถึงสมาชิกคนอื่นๆ และแล้ว พวกเขาก็เผยโฉมหน้าออกมา แท้จริงแล้วพวกเขานั้น ก็คือ ร็อบ ลุจจิ ,คาคุ ,แคลิเฟอร์ ซึ่งเป็นลูกน้องของตัวเอง และรวมไปถึง บรูโน่ ที่เป็นเจ้าของโรงเหล้าแห่งหนึ่งอีกด้วย ลุจจิ เผยว่า พวกเขาเป็นสมาชิกของกลุ่ม Cipher Pol 9 (CP9) ซึ่งทำงานให้กับรัฐบาลโลก เป้าหมายของพวกเขาคือ แผนผังของ เรือรบโบราณ พลูตัน แต่ แผนผังที่พวกเขาได้นั้น กลับเป็นของปลอม ก็เลยเตรียมเบนเป้าหมายไปที่ "คาติฟูแลม" แทน แต่พวกของลูฟี่ก็ตามมาถึง และ เกิดการต่อสู้กัน ลูฟี่ และ โซโล ไม่สามารถต่อสู้กับพวกของCP9 ที่ฝึกฝนกันเป็นอย่างดีได้ จึงโดนลุจจิที่ใช้ความสามารถของผลแมวซัดจนแยกกันไปคนละทิศทาง แถมพวกเขายังวางเพลิงถล่มบ้านพักของไอซ์เบิร์กอีกด้วย แต่โชคดีที่ นามิ กับ ช็อปเปอร์ไม่เป็นอะไร ต่อมาชาวบ้านและช่างต่อเรือของกาเลราคอมปานี ก็รู้ความจริงทั้งหมดว่า พวกของลูฟี่ไม่ได้ทำร้ายไอซ์เบิร์ก แถมนามิก็รู้ความจริงเกี่ยวกับเหตุผลที่โรบินแยกตัวไปร่วมกลุ่มกับพวกของCP9 จากปากของไอซ์เบิร์กด้วย โดยแท้จริงแล้วโรบินยอมร่วมมือกับCP9 ในการปลุก พลูตัน เรือรบโบราณ รวมไปถึง โรบินนั้น ต้องการให้พวกของลูฟี่นั้นหนีอย่างปลอดภัย โดยไม่สนอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับคนทั่วโลกเลย นามิก็รู้สึกยินดีมากที่โรบินไม่ได้หักหลังพวกเธอ นามิจึงตัดสินใจว่าจะพาโรบินกลับออกมาให้ได้ แต่ก่อนอื่นต้องตามหา โซโล ลูฟี่ ให้ได้ก่อน

  อีกด้านหนึ่ง อุซป ก็กำลังซ่อมแซมเรือที่ทรุดลง และแฟรงกี้ก็ปรากฏตัวขึ้น ทั้ง2ก็คุยกัน แฟรงกี้อาสาจะเป็นคนรื้อเรือแมรี่นี้ แต่อุซปไม่ยอม แฟรงกี้โมโหมากจึงโยนอุซป ตกน้ำทะเล และอุซปก็ได้เห็นสภาพที่แท้จริงของเรือ ทำให้อุซปนั้นเสียใจมากและบอกกับแฟรงกี้ว่า เขารู้มาตั้งนานแล้วว่าเรือนั้นใช้การต่อไม่ได้ แต่ก็ยังยืนยันจะนำเรือลำนี้ไปจนสุดแกรนไลน์ให้ได้ แต่แฟรงกี้นั้น กลับรื้อแมรี่โดยไม่สนใจคำขอร้องของอุซปเลย จนกระทั่งพรรคพวกของ CP9 ก็มาถึง และเป้าหมายของพวกเขาก็คือ คาติฟูแลม หรือ แฟรงกี้นั่นเอง CP9 ก็บังคับให้แฟรงกี้ยื่นแบบแปลนที่แท้จริงของพลูตัน แต่แฟรงกี้ไม่ให้ ทำให้CP9 โกรธมากจึงจัดการกับแฟรงกี้และอุซป แล้วก็พาทั้งสองคน ไปยัง เอนิเอส ล็อบบี้ ดินแดนที่ซึ่งไม่มีนักโทษคนไหนกลับมาได้อีก.....

  ขณะเดียวกัน นามิ และ ชาวบ้านก็ออกช่วยตามหา ลูฟี่ กับ โซโล และพวกเขาก็ต้องเร่งมือกันหาให้เจอ เพราะ "อควอลากูน่า" กำลังจะเข้ามายังเกาะนี้ และในที่สุดพวกเขาก็หาตัวจนพบ ชนิดที่เส้นยาแดงผ่าแปดพอดี ต่อมา นามิก็ได้รับข่าวจากซันจิว่า ตอนนี้ซันจิอยู่บนขบวนรถไฟ "พัฟฟิ่งทอม" ที่กำลังมุ่งหน้าไปเอนิเอสล็อบบี้ ลูฟี่ก็เลยขอเรือที่จะเดินทางไปยังเอนิเอสล็อบบี้ด้วย แต่พาวลี่ย์ไม่เห็นด้วย กลับเห็นว่าจะเป็นการเสี่ยงเกินไปที่จะบุกไปที่นั่น แถม "อควอลากูน่า"ก็ยังไม่สงบอีก แต่ โคโคโร นายสถานีรถไฟเดินทะเล ก็อาสาว่า จะเป็นคนขับ ร็อคเก็ตแมน ซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ล้มเหลวของไอซ์เบิร์กกลับมาใช้อีกครั้ง และก็มีเพียงสิ่งนี้เท่านั้นที่จะพาพวกของลูฟี่และคนอื่นๆไปยังแดนประหารนักโทษแห่งนั้นได้

  เอนิเอส ล็อบบี้  

  พวกลูฟี่และพวกของพาวลี่ย์ต่างก็ขึ้นร็อคเก็ตแมน แต่พวกกลุ่มโจรตระกูลแฟรงกี้ซึ่งนำโดย ซันไบ และ มอส กับ กีวี่ นั้นก็เข้ามาสำนึกผิดในการกระทำที่ผ่านมา และ ขอร่วมการต่อสู้ในครั้งนี้ด้วย ลูฟี่ก็ตกลง และ ตัวแทนของทั้ง3กลุ่มก็เข้ามาจับมือกัน และ สาบานว่าจะทำภารกิจนี้สำเร็จให้ได้ จากนั้นร็อกเก็ตแมน รวมทั้ง โซดอม กับ โกโมร่า ของ กลุ่มโจรตระกูลแฟรงกี้ ก็ได้วิ่งตรงไป และก็สามารถฝ่าคลื่นยักษ์ อควอลากูน่านั้นได้สำเร็จ ส่วนอีกด้านหนึ่ง ซันจิที่กำลังออกตามหาโรบิน ณ ขบวนรถไฟพัฟฟิ่งทอมอยู่นั้น ซันจิก็ได้ต่อสู้และผ่านเหล่าสมาชิก CP5 CP6 CP8 ได้ แล้วก็เข้าไปช่วยเหลือ อุซป กับ แฟรงกี้ได้สำเร็จ อุซปนั้นรู้สึกละอายใจและบอกว่าตัวเองไม่มีหน้าไปพบกับพวกพ้องเก่าของตนอีกต่อไป แต่เอาเข้าจริงๆ อุซปก็กลับมาใหม่ ในมาดของ โซเงคิง ทั้ง ซันจิ แฟรงกี้ และ โซเงคิง ต่างก็ฝ่าฟันกับเหล่าศัตรูที่เฝ้าอยู่ในรถไฟได้เรื่อยๆจนกระทั่ง พบตัวโรบินสำเร็จ แต่โรบินปฏิเสธที่จะกลับไป ก็เลยถูก CP9 ที่เหลือทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ
   
   และแล้ว พวก CP9 ซันจิ แฟรงกี้ และ โซเงคิง และ พวกของลูฟี่ ก็มาถึง เอนิเอสล็อบบี้จนได้ และ ก็เป็นพวกของลูฟี่ที่ได้กำลังจาก ช่างต่อเรือในกาเลราคอมปานี และ กลุ่มโจรตระกูลแฟรงกี้นั้น เป็นฝ่ายบุกไปถล่มกองกำลังทหารที่เฝ้าอยู่ที่นั่นจนราบ ทำให้ สแปนดั้ม หัวหน้าของCP9รู้สึกหวาดกลัวมาก ส่วนลูฟี่นั้น ก็ได้ใช้ เกียร์2 ซึ่งเป็นความสามารถใหม่ของเขา ปราบ บรูโน่ ลงได้อย่างราบคาบ

  ลูฟี่ก็ได้มาถึงหอคอยแห่งการพิพากษาก่อนใคร แต่โรบินยังคงปฏิเสธการช่วยเหลือเหมือนเดิม หลังจากนั้น พรรคพวกที่เหลือของลูฟี่ และ โซเงคิง ก็ตามมาถึงหอคอยแห่งการพิพากษา และยืนประจันหน้ากับเหล่าสมาชิกCP9 จากนั้นสแปนดั้มก็พูดข่มขู่ แถมยังพูดถึงเรื่อง บัสเตอร์คอล อีก จนโรบินทนไม่ไหว เลยต่อว่าสแปนดั้มว่า บัสเตอร์คอล เป็นตัวการทำให้เกาะโอฮาร่า บ้านเกิดของเธอนั้นพินาศ และทุกคนก็ได้รับรู้เรื่องราวในอดีตอันน่าเศร้าของโรบิน จากนั้น ลูฟี่ก็สั่งให้โซเงคิงจัดการทำลายธงของรัฐบาลโลก โซเงคิงก็ทำตามที่ลูฟี่บอก ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า พวกเขาพร้อมเป็นศัตรูกับรัฐบาลโลก และลูฟี่ก็ขอร้องให้โรบินพูดว่าอยากจะมีชีวิตอยู่ พอโรบินได้เห็นธงของรัฐบาลโลกที่กำลังมอดไหม้ ก็รู้สึกซาบซึ้งที่พวกลูฟี่นั้นจริงใจที่จะช่วยเหลือเธอ ถึงกับต้องยอมเสี่ยงชีวิตกันเลยทีเดียว เธอก็เลยร้องไห้ออกมาและขอร้องให้ลูฟี่ช่วยเธอให้ได้ ในขณะเดียวกัน แฟรงกี้ก็จัดการเผาแบบแปลนของพลูตันทิ้ง ต่อหน้าสแปนดั้ม และ CP9 ที่เหลือ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า พรรคพวกของลูฟี่ โซเงคิง และ แฟรงกี้ พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเหล่า CP9 แล้ว.....


  พวกลูฟี่แต่ละคน ต่างก็แยกย้ายไปสู้กับแต่ละคน โดยจะต้องคว้ากุญแจที่ CP 9 แต่ละคนถืออยู่ เพื่อไขกุญแจมือที่ล็อคมือโรบินอยู่ โดยลูฟี่ มุ่งหน้าไปยังประตูแห่งการพิพากษา เพื่อตามลุจจิกับสแปนดั้ม, แฟรงกี้ เจอกับ ฟุคุโร่,นามิ เจอ คุมาโดริ,ซันจิ เจอ แคลิเฟอร์,โซโล กับ โซเงคิง เจอกับ จาบรา กับ คาคุ, การต่อสู้ก็เริ่มขึ้น ซันจิ เสียทีแก่แคลิเฟอร์ก่อน เพราะยึดคติไม่ทำร้ายผู้หญิง นามิเลยขอสู้กับแคลิเฟอร์แทน โดยช็อปเปอร์ที่ผ่านมาทีหลังก็เป็นคนสู้กับคุมาโดริแทน ในขณะเดียวกัน แฟรงกี้ที่ได้พลังน้ำโคล่า ก็จัดการล้มฟุคุโร่ลงได้ ส่วน โซโล กับ โซเงคิง ก็ต่อสู้กับจาบรา คาคุ อย่างยากลำบาก เพราะ ความซุ่มซ่ามของโซเงคิง ข้อมือของทั้งสองโดนล็อคด้วยกุญแจมือ แต่ก็โชคดีที่แฟรงกี้ กับ นามิ มาช่วยเอาไว้พอดี เลยหยิบกุญแจที่นามิได้มาจากแคลิเฟอร์ ปลดล็อคได้สำเร็จ ซันจิที่ฟื้นขึ้นมา อาสาจะสู้กับจาบราด้วยตัวเอง ปล่อยให้โซเงคิงจึงหนีไปช่วยโรบินต่อไป

  ในการต่อสู้ครั้งนี้ แต่ละคนต่างก็ได้โชว์ท่าเทพกันทั้งนั้น โดย ช็อปเปอร์ก็แปลงเป็นอสูรกายหลังจากกินรัมเบิ้ลบอลลูกที่สาม เอาชนะ คุมาโดริได้,นามิที่ต่อสู้ลำบากในช่วงแรก เพราะคุณสมบัติผลฟองสบู่ของแคลิเฟอร์ ก็ได้ใช้ "ฟาตา โมลกานา" ล้มแคลิเฟอร์ได้,โซโล เอาชนะ คาคุที่กินผลยีราฟ ด้วย "อาชูร่า" และ ซันจิก็ใช้ลูกเตะเท้าไฟ ปราบจาบราได้สำเร็จ

  ในขณะเดียวกัน ลูฟี่ได้ใช้ เกียร์3 ทำลายประตูที่ทางลอดใต้ทะเล และก็ตามจนเจอ สแปนดั้ม กับ ลุจจิ สแปนดั้มถึงกับลน เลยเผลอหยิบแมลงโทรสารสีทอง เรียกสัญญาณ "บัสเตอร์คอล" ที่เคยทำลายบ้านเกิดของโรบินอย่างย่อยยับ ลูฟี่กับลุจจิเลยดวลกันตรงนั้น ปล่อยให้สแปนดั้มพาโรบินหนีไปที่ประตูแห่งการพิพากษา พอถึงสะพานแห่งความลังเล โรบินพยายามขัดขืนเต็มที่ แต่ก็โดนสแปนดั้มทำร้ายอย่างหนัก แต่ก็โชคดีที่ได้ โซเงคิง กับ แฟรงกี้มาช่วยเอาไว้ และปลดล็อคกุญแจมือออกมาได้สำเร็จ โรบินก็ได้ที เลยอัดสแปนดั้มให้หายแค้น แต่ทว่าเรือของผู้บัญชาการทั้ง 5 ก็มาถึง และ บัสเตอร์คอลก็เริ่มต้นขึ้น

  ทุกคนต่างก็หนีตายกันชุลมุน โคโคโรก็ได้แปลงเป็นนางเงือกช่วยชีวิต โซโล นามิ ซันจิ ช็อปเปอร์ เอาไว้ได้ ทั้งหมดก็ขึ้นเรือฉุกเฉินซึ่งเป็นที่ที่ แฟรงกี้ โซเงคิง โรบิน มาถึงก่อนหน้านี้ แต่ว่าเหล่าทหารเรือก็บุกเข้ามายังเรือลำนี้ อีกด้านหนึ่ง ลูฟี่ก็กำลังต่อสู้ชี้ชะตากับลุจจิในสภาพกึ่งคนกึ่งเสือดาว อย่างดุเดือด แต่ลูฟี่ก็ยังไม่สามารถล้มลุจจิได้ แถมยังโดนหมัดของลุจจิเข้าไปอีก ลูฟี่ก็ล้มลง จนทุกคนเป็นห่วง แต่ก็มีเสียงจากคนๆหนึ่งที่บอกให้ลูฟี่ลุกขึ้นมา ซึ่งคนๆนั้นก็คือ อุซป นั่นเอง จากเสียงให้กำลังใจของอุซปนี้เอง ลูฟี่จึงตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา และ ต่อสู้กับลุจจิต่อ ลูฟี่ก็ได้ใช้หมัดที่เปี่ยมไปด้วยความแค้นและกำลังใจจากทุกคน ล้มลุจจิได้สำเร็จ แต่ลูฟี่กลับหมดแรง ไม่สามารถกลับไปขึ้นเรือได้ ทุกๆคนต่างก็ตะโกนเรียกให้ลูฟี่ลุกขึ้นมากันหมด แต่ทันใดนั้นเอง ทุกคนก็ได้เห็น "แมรี่" ที่น่าจะหมดสภาพไปแล้ว ลอยมารับพวกเขา ทุกๆคนต่างก็ขึ้นเรือแมรี่กันพร้อมหน้า โรบินก็ได้ใช้ความสามารถของผลแตกหน่อ ช่วยลูฟี่ขึ้นเรือได้สำเร็จ แต่ทุกๆคนก็ยังต้องต้องระวังกับกระสุนปืนใหญ่จากเรือของผู้บัญชาการทั้ง 5 แต่ก็เพราะการช่วยเหลือของซันจิ ก็ทำให้ทุกๆคนต่างก็รอดจากกระสุนปืนใหญ่ได้ และหนีออกจากเอนิเอส ล็อบบี้ได้สำเร็จ

  ทุกคนต่างก็ดีใจที่รอดตายมาได้ ระหว่างทางพวกของลูฟี่ก็พบกับไอซ์เบิร์ก ทว่าแมรี่กลับพังลง ลูฟี่ขอร้องให้ไอซ์เบิร์กซ่อมแมรี่ให้ ไอซ์เบิร์กกลับบอกว่า ให้แมรี่เขาหลับสงบอยู่ที่นี่เถอะ ว่าแล้ว พวกของลูฟี่ทั้งหมดก็ลงจากแมรี่ และ ลูฟี่ก็ทำการเผาแมรี่ ในระหว่างนั้น ทุกคนก็ระลึกถึงความผูกพันระหว่างพวกเขากับแมรี่ตลอดทาง จนพวกเขาอดร้องไห้ไม่ได้ เมื่อต้องจากเพื่อนรักคนสนิทคนนี้ไป......

 

  บทสรุปวอเตอร์เซเว่น & เอนิเอส ล็อบบี้  

  หลังจบเหตุการณ์ในเอนิเอส ล็อบบี้ ณ วอเตอร์เซเว่น แฟรงกี้และเหล่าช่างต่อเรือแห่งกาเลรา คอมปานี ก็อาสาสร้างเรือลำใหม่ให้กับพวกของลูฟี่ ในขณะเดียวกันก็มีคนจากกองทัพเรือมาหาพวกลูฟี่ ซึ่งก็คือ มังกี้ ดี กาฟ ปู่ของลูฟี่ รวมไปถึง เด็กหนุ่มลึกลับอีกสองคน ซึ่งแท้จริงแล้วพวกเขาก็คือ โคบี้ กับ เฮลเมปโป นั่นเอง จากนั้นทั้ง2ฝ่ายก็ได้คุยกัน พร้อมทั้งมีเปิดเผยว่า ลูฟี่นั้น เป็นลูกชายของ "นักปฏิวัติ" มังกี้ ดี ดราก้อน (คนที่ช่วยเหลือพวกลูฟี่ ในเล่ม 11 ) นอกจากนี้พวกเขายังได้รู้ความลับเกี่ยวกับหินไคโร ที่ช่วยทำให้กองทัพเรือเดินทางผ่านแคมเบลล์ที่เต็มไปด้วยเจ้าทะเลยักษ์ใหญ่ได้อย่างสบาย , เรื่องของดร.เบก้าพั้งส์ ผู้คิดคนทำให้สิ่งของกินผลปีศาจเข้าไปได้ รวมไปถึง เรื่องราวของ "โลกใหม่" หรือ ทะเลครึ่งหลังของแกรนไลน์ ซึ่งปกครองโดยกลุ่มโจรสลัด 4 กลุ่ม ในนาม สี่จักรพรรดิ

  ในระหว่างรอเรือใหม่ ล็อคโพสของนามิก็ชี้ไปที่ทิศทางใหม่ ซึ่งเป้าหมายต่อไปนั้นก็คือเกาะนางเงือก ทันใดนั้น กลุ่มแฟรงกี้แฟมิลี่ ก็เข้ามาหาพวกลูฟี่ พร้อมกับขอร้องให้ช่วยพาแฟรงกี้หนีจากเกาะนี้ พร้อมกับใบประกาศจับไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งลูกเรือของลูฟี่ทุกคนต่างก็มีค่าหัวกันหมด (โดยในประกาศจับของซันจิ เป็นรูปสเก็ตช์ ส่วนของอุซปนั้น เป็นในนามของ โซเงคิง ส่วนของชอปเปอร์ดันนับเป็นสัตว์เลี้ยงประจำเรือไปซะงั้น) และแล้วเรือใหม่ก็เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งต่อมาภายหลังได้ชื่อใหม่ก็คือ เธาซันด์ ซันนี่

   อีกด้านหนึ่ง แฟรงกี้กลับเล่นตัวไม่ยอมไปกลับลูฟี่ ทำให้ลูกน้องของแฟรงกี้จำเป็นต้องใช้กำลังด้วยการถอดกางเกงในของแฟรงกี้ และส่งต่อให้กับพวกของลูฟี่ เพื่อบีบบังคับให้แฟรงกี้ยอมเข้ากลุ่มให้ได้ จนในที่สุดแฟรงกี้ก็ยอมเข้าพวกของลูฟี่อีกคน นอกจากนี้พวกของลูฟี่ยังได้อุซปกลับเข้ากลุ่มตามเดิม พร้อมกับออกเดินทางจากเกาะนี้ โดยที่ต้องหนีจากการตามล่าของกองทัพเรือซึ่งนำทัพโดยปู่ของลูฟี่อีกเช่นกัน

  เหตุการณ์ในเอนิเอส ล็อบบี้ แพร่สะพัดไปทั่ว ไม่เว้นแม้แต่ใบประกาศจับ ซึ่งเผยแพร่ไปยังทุกหนทุกแห่ง รวมไปถึงบ้านเกิดของพวกของลูฟี่แต่ละคน อีกด้านหนึ่งก็เกิดการต่อสู้กันระหว่าง เอส และ "หนวดดำ" ทีช ซึ่งทีชได้โชว์ความสามารถจากผลยามิยามิ ผลแห่งความมืด ให้เอสได้ประจักษ์ และการต่อสู้จบลงโดยที่ยังไม่ทราบชะตากรรมของเอส

 

  ธริลเลอร์ บาร์ค เรือ(เกาะ)แห่งซอมบี้  

  พวกลูฟี่ที่หนีพ้นจากกองทัพเรือ ก็มุ่งหน้าสู่เกาะต่อไป ระหว่างทาง พวกเขาได้เก็บถังไม้ลึกลับ และ เปิดมันออก ปรากฏว่าเกิดกระสุนแดงออกมา จากเหตุการณ์นี้ก็ทำให้เรือ เธาซันด์ ซันนี่ เข้าสู่ทะเลลึกลับ พร้อมกับมีเรือโจรสลัดผีสิงอยู่ข้างหลัง ซึ่งพวกลูฟี่ก็เข้าไปสืบและพบกับ บรู้ค โจรสลัดที่เหลือแต่โครงกระดูก ซึ่งเขานั้นได้กินผลคืนชีพ(โยมิโยมิ)เข้าไป ทำให้เขานั้นยังมีชีวิตโดยที่ร่างของเขาเหลือแต่โครงกระดูก ลูฟี่เห็นเข้า ก็ชวนให้เข้าพวกอีกตามเคย ซึ่งบรู้คนั้นก็ชอบเล่นดนตรี เต้นรำอีก ก็ยิ่งทำให้ลูฟี่สนใจมากขึ้น ทว่าซันนี่ก็มาถึง "ธริลเลอร์ บาร์ค" เรือผีสิงที่ล่องลอยอยู่กลางทะเล ซึ่งมีรูปร่างคล้ายกับเกาะๆหนึ่ง ส่วนบรู้คนั้นพอได้คุยทักทายเป็นพิธีแล้ว เขาก็จากไป

  และเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อ นามิ,อุซป,ชอปเปอร์ หายไปอย่างลึกลับ หลังจากขึ้นเรือซื้อของ มินิแมรี่ ซึ่งแฟรงกี้เป็นคนทำขึ้น ทำให้ทุกคนที่เหลือตัดสินใจออกตามหา ส่วนฝ่ายของนามินั้น ก็ถูกเหล่าซอมบี้บนเกาะก่อกวน และก็ได้รับความช่วยเหลือจาก ฮิลดอน ลูกน้องของดร.ฮอกแบค และ เขานั้นก็พาทั้งสามไปยังคฤหาสน์ของดร.ฮอกแบ็ค และที่นั่น เขาพบกับ ฮอกแบค และ สาวรับใช้ ซินดี้ รวมไปถึงพวกเขายังต้องเผชิญกับเหล่าซอมบี้ผีสิงในคฤหาสน์อีกด้วย ทั้งสามหนีหัวซุกหัวซุน จนกระทั่งไปพบกับความลับของซินดี้ และ ฮอกแบคเข้า

   อีกด้านหนึ่งฝ่ายของลูฟี่เดินทางออกตามหาพวกนามิ และได้ต่อสู้กับพวกซอมบี้บนเกาะ ระหว่างทาง พบกับซอมบี้ชายแก่คนหนึ่ง เข้ามาขอร้องให้พวกของลูฟี่ช่วยกำจัด เก็กโค่ โมเลีย หนึ่งในเจ็ดเทพโจรสลัด ผู้ซึ่งขโมยเงาของพวกเขาไป จนพวกเขาไม่สามารถโดนแสงแดดได้ (คือ โดนแสงแดดแล้วตายทันที) ลูฟี่ก็ตกปากรับคำตามนั้น ขณะเดียวกัน พวกของโมเลีย ซึ่งประกอบไปด้วย อับซารอม,เพโรน่า และ ดร.ฮอกแบค นั้นเตรียมวางแผนจัดการพวกลูฟี่

  ทุกคนต่างก็แยกย้ายออกไป ทว่า สถานการณ์ของพวกลูฟี่เริ่มแย่ลง เมื่อ โซโล ซันจิ ลูฟี่ ถูกโมเลียแย่งชิงเงาของตนไป ใส่ในร่างของ จิโกโร่,"หมาเพนกวิน" และ ออส สเปเชี่ยลซอมบี้ ตามลำดับ ในขณะเดียวกัน นามิก็ถูกอับซารอมลักพาตัวในสภาพไร้สติ ซึ่งเขาหวังพาตัวนามิเข้าพิธีแต่งงานกับเขา ส่วนช็อปเปอร์ กับ อุซป ได้แฟรงกี้กับโรบินช่วยเอาไว้ จากนั้น ทั้งสี่ก็กลับไปท่เรือและพบว่า ร่างของ โซโล ซันจิ และ ลูฟี่ อยู่ในเรือ อุซปจึงปลุกทั้ง 3 คนนั้นตื่นขึ้น จากนั้นแฟรงกี้ได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวของบรู้ค ที่เขากับโรบินได้พบเจอกันอีกครั้ง ซึ่งเหตุที่บรู้คยังไว้ทรงผมแอฟโฟรอยู่ ก็เพราะเขาต้องการอยากจะพบลาบูน (ปลาวาฬยักษ์ที่พวกลูฟี่เคยเจอในเล่ม 12)อีกครั้ง หลังจากที่จากกันมา 50 ปี พอทุกคนได้ฟังเรื่องทั้งหมดแล้ว ก็ตัดสินใจว่า พวกเขาจะต้องชิงเงาของตนคืนมา พร้อมกับดึงบรู้คมาเป็นพวกด้วย

  แต่ละคนก็ออกไปประจันหน้ากับลูกน้องของโมเลีย เริ่มจาก ช็อปเปอร์กับโรบิน พบกับ ฮอกแบคกับซินดี้ ,อุซป พบกับ เพโรน่า ,ซันจิ สู้กับ อับซารอม ซึ่งทั้งหมดก็ผ่านคู่ต่อสู้ได้ ส่วนโซโล กับ แฟรงกี้ได้ช่วยเหลือ บรู้ค ขณะที่กำลังสู้กับริวมะ ที่มีเงาของบรู้คสิงอยู่ โซโลต่อสู้กับริวมะแทน แล้วเอาชนะไปได้(แถมโซโลได้ดาบชูซุยของริวมะ รวมถึงบรู้คได้เงาตัวเองกลับคืนมาเช่นกัน) ในขณะเดียวกันลูฟี่เข้าต่อสู้กับ โมเลีย ผู้มีความสามารถในการควบคุมเงา ซึ่งทำเอาลูฟี่อะไรได้ไม่ถนัด ที่แย่ไปกว่านั้น ออส ที่มีเงาของลูฟี่สิงอยู่ก็เกิดอาละวาดขึ้นมา ขนาดพรรคพวกของลูฟี่เอาเจ้ายักษ์นั้นไม่อยู่ แต่พวกเขาก็ไม่ย่อท้อทุกคนรวมกำลังต่อสู้กับออสอย่างดุเดือด ทว่า โมเลียได้ปรากฏตัวขึ้น ณ ท้องของออส จึงทำให้เจ้าออสสามารถยืดหดร่างกายได้เหมือนกับลูฟี่ ทำให้พวกลูฟี่ต่อสู้ลำบากมากขึ้น ทุกคนจึงทยอยกันล้ม แถมโรบินยังถูกโมเลียขโมยเงาไปอีก แต่ก็โชคดีที่ลูฟี่มาทันเวลาพอดี โดยมาในสภาพ "ไนท์แมร์ ลูฟี่" ซึ่งก็คือลูฟี่ในสภาพที่ถูกยัดเงานับ 100 ตนโดยกลุ่มโจรสลัดลอร่า ในขณะที่ลูฟี่กำลังออกตามหาโมเลียนั่นเอง

  ลูฟี่ในสภาพร่างบึกบึน ก็สามารถต่อสู้กับออสได้อย่างสูสี ขณะต่อสู้ วิญญาณนับ 100 ที่สิงในตัวลูฟี่ก็เริ่มทยอยออกมาเรื่อยๆ จนกระทั่งลูฟี่กลับคืนสู่ร่างเดิม พร้อมกับสามารถล้มออสลงได้ในที่สุด ทว่าการต่อสู้ยังไม่จบ เมื่อโมเลียได้รวบรวมเงาของพวกซอมบี้จำนวน 1000 ตน กลายเป็นตุ๊กแกยักษ์ยากที่จะล้มได้ แถมท้องฟ้าใกล้จะสว่างแล้วด้วย แต่ลูฟี่สู้อย่างไม่ย่อท้อ ประจวบกับโมเลียร่างยัษ์ไม่สามารถควบคุมเงาได้หมดจึงถูกลูฟี่ล้มอย่างง่ายดาย เงาจำนวนมากจึงกลับไปยังเจ้าของร่างเดิมได้ทัน ชนิดเส้นยาแดงผ่าแปดพอดี ทว่าพวกเขาดีใจได้ไม่นาน เพราะ บาโซโลมิว คุมะ ปรากฏตัวขึ้นที่นั่น!!! หลังจากจัดการกับเพโรน่าแล้ว คุมะได้รับคำสั่งให้กำจัดเหล่าคนที่อยู่บนธริลเลอร์บาร์ค รวมไปถึงกลุ่มโจรสลัดหมวกฟากด้วย!! ลูฟี่ในตอนนี้ยังหลับไม่ได้สติ โซโล อาสาขอสู้แทน แต่ทำอะไรคุมะไม่ได้ คนอื่นๆก็พยายามช่วยแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะการโจมตีของพวกเขาถูกสะท้อนกลับมาหมด ต่อมาคุมะได้ใช้"คลื่นกระแทกหมี" โจมตีรอบตัว ทุกคนโดนลูกหลงจนนอนกองไปหมด มีเพียงโซโลที่ยังยืนได้ คุมะจึงยื่นขอเสนอ ขอหัวลูฟี่เพื่อไว้ชีวิตทุกคน แต่โซโลกลับต่อรองให้เอาชีวิตเขาไปแทน คุมะได้ยินดังนั้น จึงได้ใช้ความสามารถของผลนิคิวนิคิว ในการดึงความเจ็บปวดและความอ่อนล้าของลูฟี่ออกมา และ เอาไปใส่ในร่างของโซโลแทน!!! และคุมะก็จากไป โดยที่ทุกคนรอดชีวิต แต่ร่างของโซโลกลับเต็มไปด้วยบาดแผล....

  จากนั้นทุกคนก็ได้จัดงานฉลองร่วมกัน โดยที่พวกของลูฟี่ก็ได้บรู้คเข้าเป็นสมาชิกใหม่ และออกจากธริลเลอร์บาร์คอย่างชื่นมื่น พวกเขาออกเดินทางไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึง เรดไลน์ ครึ่งหนึ่งของการเดินทางได้สำเร็จ..............

 

  สู่เกาะชาบอนดี้...เกาะแห่งฟองอากาศ

  ระหว่างที่พวกลูฟี่กำลังเดินทางกลางทะเล พวกเขาได้พบกับ เงือกสาว เคย์มี่ และ ปลาดาวปั๊กปากุ หลังจากทักทายกันเรียบร้อย พวกเขาก็ทราบข่าวว่า ฮัจจิน หรือ ฮัจจิ อดีตลูกสมุนของอารอนถูกจับกุมโดยพวก โทบิอุโอะไรเดอร์ ซึ่งมี ดูวัล เป็นหัวหน้า และเขานั้นก็แค้นพวกโจรสลัดหมวกฟางเอามากๆ เอาเข้าจริง แก๊งโทบิอุโอะไรเดอร์ เสร็จพวกหมวกฟางหมด พร้อมกับกระชากหน้ากากเผยโฉมหน้าออกมาเหมือนกับหน้าของซันจิบนป้ายประกาศจับเปี๊ยบ!!!!!!!!!!!!!!!(อ่านย้อนหลังได้ในเล่ม 45) อย่างไรก็ดี ซันจิช่วยทำหน้าของดูวัลให้ดูหล่อเหลากว่าเดิม ทำให้ดูวัลและพรรคพวก ยอมเป็นมิตรกับพวกซันจิ

  ในระหว่างปาร์ตี้ ทาโกะยากิ เจ้าปลาดาวปั๊กปากุ ได้แนะนำพวกลูฟี่ว่า หากจะผ่านดินแดนศักดิ์สิทธิ์ "แมรี่จัวร์" ได้ จะต้องผ่านที่เกาะนางเงือกก่อน แต่ก่อนจะไปเกาะนางเงือกนั้น จะต้องแวะไปที่หมู่เกาะชาบอนดี้ เพื่อนำเรือซันนี่ไปคลุมด้วยยางไม้ เพื่อสะดวกในการเดินเรือใต้ทะเล

  พอมาถึงเกาะชาบอนดี้ พวกลูฟี่จอดเรือที่ GR เบอร์ 41 แล้วก็ลงเรือสำรวจ(สำราญ)บนเกาะนี้กัน ซึ่งฮัจจิก็เตือนพวกลูฟี่ว่า อย่าไปมีเรื่องกับชนชั้นสูงของพวกรัฐบาลโลกเป็นอันขาด และที่เกาะแห่งนี้พวกลูฟี่ได้พบเจอกับเจอกับบรรดาโจรสลัดรุ่นใหม่ ฝีมือดีทั้งนั้น ทว่าพวกเขาต้องเจอกับเรื่องวุ่นวาย เมื่อเคย์มี่ถูกจับไปประมูลขาย ทำให้พวกลูฟี่ กับ โทบิอุโอะไรเดอร์ต้องเข้าไปช่วยเหลือเคมี่ และเข้าไปทำลายงานประมูลซะงั้น จากนั้น ลูฟี่ได้ขัดคำสัญญาของฮัจจิน ด้วยการตั๊นหน้า ชาลูลอส 1 ในเผ่ามังกรฟ้า ขณะเดียวกัน พวกโจรสลัดรุ่นใหม่ ได้รับทราบข่าวเรื่องที่ เอส กำลังจะถูกประหารด้วย

  พวกลูฟี่ได้รวมหัวกับ ลอว์ และ คิด สองโจรสลัดรุกกี้ ทำลายงานประมูลพังยับเยิน จากนั้นซิลเวอร์ เรลี่ อดีตมือขวาของโกล โรเจอร์ ปรากฏตัวขึ้น พวกลูฟี่ได้รับรู้เรื่องราวที่แท้จริงจากปากของเรลี่หลายเรื่อง และ เรลี่อาสาจะเป็นคนคลุมเรือซันนี่ให้กับพวกลูฟี่เอง ทว่า ด้วยวีรกรรมเด็ดดวงของลูฟี่นี่เอง ทำให้ทหารเรือกองทัพใหญ่ นำโดย พลเอกคิซารุ บุกมาเยือนเกาะชาบอนดี้ และได้ต่อสู้กับบรรดาโจรสลัดรุกกี้ ขณะเดียวกัน พวลูฟี่ต้องพบเจอกับ คุมะ อีกครั้ง จึงเกิดการต่อสู้กัน และสถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น เมื่อโซโล ถูกปุ่มเนื้อของคุมะ หายตัวไปซะแล้ว....จากนั้นพรรคพวกของลูฟี่คนที่เหลือ รวมถึงตัวลูฟี่เอง ถูกคุมะใช้ปุ่มเนื้อส่งไปยังที่ต่างๆ กระจัดกระจายออกไป.......


  การผจญภัยของลูฟี่ ณ เกาะอามาซอนลิลี่

  ลูฟี่ที่กำลังล่องลอยกลางอากาศ พอฟื้นขึ้นมาอีกทีพบว่า ตัวเองอยู่บนเกาะอามาซอนลิลี่ (อเมซอนลิลลี่) เกาะที่มีแต่มนุษย์เพศหญิงอาศัยอยู่ ลูฟี่ได้เผลอกินเห็ดหลากชนิดเข้าไป ทำให้เขาสลบไป อย่างไรก็ตาม ลูฟี่ได้รับการช่วยเหลือจากนักรบหญิงประจำเกาะ นาม มากาเร็ต และพรรคพวกของเธอ การมาของลูฟี่ทำเอาชาวเกาะซึ่งล้วนแต่เป็นเพศหญิงแตกตื่น และ เตรียมจะสังหารลูฟี่ "ผู้ชาย"ที่ได้ล่วงล้ำเข้าสู่ดินแดนแห่งนี้ แต่ลูฟี่พยายามหลบหนีสุดขีด จนกระทั่งเผลอตกลงไปยังห้องอาบน้ำที่ โบอา แฮนค็อก ที่เพิ่งกลับมายังเกาะนี้ ซึ่งแฮนค็อกเป็นถึงจักรพรรดินีของที่นี่ และ มีฐานะเป็น 1 ใน 7 เทพโจรสลัด ที่กำลังอาบน้ำอยู่พอดี ทำเอา แฮนค็อก รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก จึงพยายามจะสาปลูฟี่เป็นหินด้วยพลังจากผลเมโรเมโร แต่ก็ไร้ผล แฮนค็อก จึงสั่งให้ลูกสมุนพาตัวลูฟี่ไปยังลานกว้าง เพื่อเตรียมจะประหารลูฟี่ แม้ว่ามากาเร็ตและพรรคพวกจะพยายามขอร้องไม่ให้ประหารลูฟี่ เพราะเห็นว่า ลูฟี่ เป็นคนไม่มีพิษภัยใดๆ แต่ก็ไร้ผล ซ้ำยังถูกแฮนค็อกสาปให้กลายเป็นหินอีก ลูฟี่โกรธมาก จึงเข้าต่อสู้กับ ธันเดอร์ โซเนียร์ กับ มารี โกลด์ น้องสาวของแฮนค็อกที่หมายจะสังหารลูฟี่ให้ได้ ขณะการต่อสู้ ด้วยฮาโอโชคุที่ลูฟี่เผลอปล่อยอย่างไม่รู้ตัวรวมกับเกียร์2 นำไปสู่ชัยชนะของลูฟี่ ทว่า ในขณะที่โซเนียร์กำลังจะตกลงหลุมที่เต็มไปด้วยหนามนั่นเอง ลูฟี่ได้ช่วยปิดบังรอยบนหลังของเธอ ซึ่งเป็นรอยเดียวกับที่อยู่บนหลังของแฮนค็อกที่ลูฟี่ได้เผลอเห็นเข้าไป การต่อสู้จึงจบลงเท่านี้ จากนั้น แฮนค็อกจึงยื่นเงื่อนไขแก่ลูฟี่ว่า จะให้ช่วยแก้คำสาปพวกมากาเร็ต หรือจะให้เธอช่วยพาลูฟี่ออกจากเกาะนี้ ซึ่งลูฟี่ได้เลือกที่จะช่วยเหลือพวกมากาเร็ตมากกว่า

  ต่อมาลูฟี่ถูกแฮนค็อกเรียกพบและได้ถามถึงสัญลักษณ์บนหลังของเธอ ลูฟี่บอกว่าสัญลักษณ์นั้นคล้ายกับสัญลักษณ์บนหัวของฮาจิ จากนั้นแฮนค็อกจึงเล่าความจริงอันขมขื่นให้ฟัง โดยสัญลักษณ์บนหลังของเธอกับน้องสาวทั้งสองของเธอนั้น แท้จริงแล้วเป็นตราที่ถูกเผ่ามังกรฟ้าตีตราไว้ ซึ่งแสดงถึง ความเป็นทาสรับใช้ของพวกเผ่ามังกรฟ้า ซึ่งมีศักดิ์ศรีต่ำกว่ามนุษย์ธรรมดา (ก่อนหน้านี้ถูกลือมาตลอดว่า สัญลักษณ์ด้านหลังของเธอทั้ง 3 คือ คำสาปที่ปีศาจกอร์กอนทิ้งไว้ก่อนตาย และห้ามให้คนอื่นเข้าใกล้ มิฉะนั้นร่างกายจะเป็นหิน) โดยในอดีตเธอและน้องสาวถูกโจรสลัดกลุ่มหนึ่งจับตัวและขายให้กับเผ่ามังกรฟ้า ก่อนที่จะพวกเธอจะได้รับการช่วยเหลือโดย ฟิชเชอร์ไทเกอร์ มนุษย์เงือกผู้หนึ่งซึ่งต่อมากลายเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มโจรสลัดไทโย โจรสลัดมนุษย์เงือก (และได้เปลี่ยนตราของเผ่ามังกรฟ้าที่ติดตัวพวกมนุษย์เงือก ให้กลายเป็นพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่อยู่บนหัวฮาจิ) และจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ทั้ง 3 พี่น้องรู้สึกเสียใจและอับอายมาก จึงเหตุผลหนึ่งที่พวกเธอไม่อยากให้ใครได้เห็นตรานี้ แต่จากการที่แฮนค็อกได้รับรู้ถึงความรู้ความรู้สึกที่แท้จริงของลูฟี่ที่ไม่ดูถูกเธอ รวมถึงเกลียดชังพวกเผ่ามังกรฟ้าเหมือนกัน ทำให้แฮนค็อกรู้สึกถูกอกถูกใจลูฟี่ และยอมที่จะช่วยพาลูฟี่ออกจากเกาะนี้

  ต่อมาลูฟี่ได้เป็นขวัญใจของสาวๆยกเกาะ ขณะเดียวกัน ลูฟี่ได้รับรู้ข่าวร้ายจากยายเมียน (ต้นฉบับคือ ยายเนียน)ว่า เอส พี่ชายตนกำลังจะถูกประหารในเร็ววัน ลูฟี่จึงตัดสินใจไปช่วยเอสก่อนจะไปตามพรรคพวกของตน ทว่าลูฟี่ได้รับข่าวร้ายซ้ำสองเมื่อแฮนค็อกได้ล้มป่วยลงจากโรคที่ไม่สามารถระบุได้ ลูฟี่จึงได้ขอร้องแฮนค็อกให้ช่วยพาเขาขึ้นเรือเรือของกองทัพเรือ ที่สามารถพาไปยังอิมเพลดาวน์ คุกที่เอสถูกกักขังอยู่ ได้เร็วกว่า เรือโจรสลัดธรรมดา แฮนค็อกได้ยินดังนั้นจึงตอบตกลงที่จะช่วยลูฟี่ด้วยท่าทางอ่อนหวานสุดๆ (จริงๆก็เป็นโรคทรมานเพราะพิษรักนั่นเอง)

  ในขณะที่ลูฟี่กำลังมุ่งหน้าสู่อิมเพลดาวน์ พรรคพวกของลูฟี่่คนอื่นๆต่างก็กระจัดกระจายไปยังที่ต่างๆดังนี้
  - นามิ อยู่บนเกาะท้องฟ้า เวซาเลีย ประเทศที่ใช้วิทยาศาสตร์ควบคุมอากาศ
  - แฟรงกี้ อยู่ประเทศบัลจิมัวร์ ประเทศแห่งอนาคต เกาะแห่งเครื่องจักรกล ณ แกรนด์ไลน์
  - ซันจิ อยู่อาณาจักรคามาบัคคะ อาณาจักรแห่งกระเทย ณ เกาะโมโมอิโระ เกาะสตรีที่ 2 ณ แกรนด์ไลน์
  - อุซป อยู่ป่ากรินส์ตัน ป่าแห่งการปล้นชิง ณ หมู่เกาะโบอิน แกรนด์ไลน์
  - บรู้ค อยู่ประเทศฮาลาเฮททาเนียร์ ประเทศแห่งความยากจน บนเกาะ นามาคุระ แกรนด์ไลน์
  - โรบิน อยู่ประเทศบนสะพานเทคีล่าวูฟ ประเทศของผู้ใช้แรงงาน ณ ทะเลอีสท์บลู
  - ช็อปเปอร์ อยู่ราชอาณาจักรโทริโนะ ประเทศที่มีนกปกครองมนุษย์ ณ ทะเลเซาธ์บลู
  - โซโล อยู่ราชอาณาจักรชิคเคะเอิร์ล เกาะคุโรกาน่า ณ แกรนด์ไลน์ โดยมาที่เดียวกับ เพโรน่า สมุนของโมเลีย


  ปฏิบัติการแหกคุก ณ อิมเพลดาวน์

  ลูฟี่กับแฮนค็อกได้ออกเรือมุ่งหน้าสู่คุกอิมเพลดาวน์ โดยที่ลูฟี่นั้นต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ ในท้องของงูยักษ์ของแฮนค็อก เพราะ เรือที่ทั้งสองขึ้นนั้นเป็นของกองทัพเรือ เมื่อเรือเข้าจอดเทียบท่าที่อิมเพลดาวน์ แฮนค็อกได้ใช้พลังของผลเมโรเมโร เสก โดมิโน่ ผู้คุมขังหญิง กลายเป็นหิน เพื่อให้ลูฟี่ที่ซ่อนตัวในผ้าคลุมของแฮนค็อก ออกมาได้อย่างอิสระ ในขณะที่แฮนค็อกจะไปหาเอสพร้อมกับพวกผู้คุมนั้น เธอได้กำชับลูฟี่ว่าอย่าก่อความวุ่นวาย และการผจญภัยของลูฟี่เพื่อแหกคุกช่วยเหลือเอส ได้เริ่มต้นขึ้น ณ ชั้นใต้ดินชั้น 1 ของอิมเพลดาวน์ "ชั้นบัวแดง"

  ในขณะที่ลูฟี่กำลังเดินรอบชั้น 1 นั้น ลูฟี่ได้เจอกับ บากี้ ที่กำลังวิ่งหนีกองทัพบลูกอริอยู่ ทั้งสองจึงได้ช่วยกันปราบบลูกอริจนนอนกอง บากี้พอได้รู้เรื่องที่ลูฟี่กำลังจะไปช่วยเอสนั้น ทีแรกทำท่าว่าไม่ยอมช่วย ไปๆมาๆกลับยอมช่วยเหลือลูฟี่ด้วยการนำทางพาลูฟี่ไปยังคุกที่กักขังเอสอยู่ โดยหวังแผนที่ขุมทรัพย์กัปตันจอห์นที่บากี้ต้องการมานานแสนนาน (ซึ่งก็คือกำไลที่ลูฟี่สวมอยู่แขนซ้ายนั่นเอง) ทว่าพวกเขาต้องตกลุมพรางเจอกับ นรกขุมบัวแดง ซึ่งก็คือ ป่าที่เต็มไปด้วยดาบนั่นเอง แต่ด้วยความสามารถแยกส่วนของบากี้ ทำให้ทั้งคู่รอดจากป่าดาบ แต่มิวายตกหลุมลงไปยัง Level 2 ชั้นแห่งสัตว์โลกปีศาจ และที่นั่นพวกเขาได้เจอกับสัตว์ประหลาด บาซิลิสค์ ที่คอยดักจับนักโทษ แต่ก็โดนลูฟี่ล้มได้ จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้นักโทษจากชั้นนี้บางส่วนได้รับการปลดปล่อย รวมถึง มร.ทรี ด้วย ทว่า ทั้งสามกลับต้องเจอกับกองทัพสัตว์ประหลาดที่มาก่อกวนเป็นระยะ จนทำให้ทั้งสามคนต้องพลัดหล่นลงมายัง Level 3 นรกอดอยาก เป็นชั้นที่มีความร้อนสูง และพวกเขายังต้องเจอกับสัตว์ประหลาดอีก แต่โชคยังดีที่ได้ มร.ทูบอนเคร ที่ถูกขังในชั้นนี้มาช่วยไว้ทัน จนทำให้ทั้ง 4 สามารถเข้าสู่ Level 4 ของอิมเพลดาวน์ (นรกโลกันตร์) ได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการเดินทางไปยัง Level 5 พวกลูฟี่กลับต้องเผชิญหน้ากับพัศดีแม็คเจลแลน และด้วยพิษสงของผลพิษในตัวของแม็คเจลแลน ทำให้ลูฟี่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจวนเจียนตาย แต่โชคยังดี ที่ได้ อินาสึมะ ลูกน้องของอิวานคอฟ ราชินีกระเทย ที่ถูกคุมขังที่นั่น เข้าช่วยเหลือ โดยพาร่างของลูฟี่ไปให้อิวานคอฟรักษาจนหายดี จากนั้นอิวานคอฟได้รู้เรื่องราวทั้งหมด และอาสาช่วยเหลือลูฟี่อีกแรงหนึ่ง และแล้ว ลูฟี่พร้อมกองกำลังของอิวานคอฟได้ออกอาละวาดในคุก และสามารถฟันฝ่าไปยัง Level 6 สำเร็จ ทว่าลูฟี่กลับไม่พบตัวเอส แต่กลับได้รับข้อความจาก   จินเบ 1 ใน 7 เทพโจรสลัด ที่ถูกขังห้องเดียวกับเอส ว่า เอสถูกส่งตัวไปที่ลานประหาร แถวกองบัญชาการกองทัพเรือ แถมเวลาก็เหลือไม่มากแล้วด้วย ด้วยเหตุนี้ พวกลูฟี่จึงได้กำลังเสริมจากจินเบ และ คร็อคโคไดล์ ที่ถูกจับอยู่ในห้องใกล้ๆกัน และ มร.1 ช่วยพากันแหกคุกอิมเพลดาวน์สำเร็จ...แต่ต้องแลกกับการเสียสละ(อีกครั้ง)ของมร.ทู

  ศึกใหญ่ ณ ลานประหาร แลกกับการสูญเสียครั้งใหญ่หลวง

  พรรคพวกของลูฟี่ที่พากันแหกคุกอิมเพลดาวน์นับร้อย ต่างก็เดินทางออกสู่ทะเล มุ่งไปยังลานประหารที่พร้อมจะประหารชีวิตเอส (ผู้ซึ่งเปิดเผยภายหลังว่าเป็นบุตรชายของ โกลด์โรเจอร์)ซึ่งการประหารเอสนั้นได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก เพราะมีการถ่ายทอดสด แถมยังได้บรรดา 7 เทพโจรสลัด กับ 3 พลเอกแห่งกองทัพเรือ (อาโอคิยิ,อาคาอินุ,คิซารุ) เป็นสักขีพยานด้วย ทว่า งานประหารกลับถูกขัดจังหวะโดย หนวดขาว หรือ เอ็ดเวิร์ด นิวเกต พร้อมกับลูกสมุนที่ยกกำลังมาช่วยเอสกันอย่างเต็มที่ และด้วยการโจมตีทักทายจากพลังจากผลกุระกุระ หรือ ผลสั่นไหว ของหนวดขาว เป็นสัญญาณเริ่มต้นของการเปิดฉากการต่อสู้ระหว่างโจรสลัด และ กองทัพเรือ

  จากนั้น พรรคพวกของลูฟี่ก็มาถึง และร่วมด้วยช่วยต่อสู้เคียงข้างกับพลพรรคของหนวดขาว ในขณะที่ฝ่ายหนวดขาวกำลังได้เปรียบอยู่นั้น ก็เกิดจุดพลิกผัน ตรงที่ สแควร์โด้ สมาชิกคนหนึ่งของกลุ่มโจรสลัดหนวดขาว กลับหักหลังด้วยการหันคมมีดแทงร่างของหนวดขาว (ซึ่งมาจากการเข้าใจผิดของเจ้าตัว เพราะ โดนกองทัพเรือหลอก) ซึ่งก็ทำให้ฝั่งกองทัพเรือที่นำโดย เซ็นโงคุ ,กาฟ และ 3 พลเอก เริ่มที่จะคุมเกมได้มากขึ้น แถมได้พวกเจ็ดเทพฯ มาร่วมสู้ด้วย (ยกเว้น แฮนค็อค ที่เลือกช่วยพวกลูฟี่) แม้กำลังของพวกหนวดขาวจะร่อยหรอลง แต่พวกเขายังคงมีจิตใจแรงกล้าที่จะช่วยเหลือเอสรอดพ้นจากการประหารให้ได้ ตรงจุดนี้ ทำให้ เซ็นโงคุ ตัดสินใจที่จะย่นเวลาการประหารให้เร็วยิ่งขึ้น แต่ก็ได้ลูฟี่ที่ได้รับพลังจากผลฮอร์โมนของอิวานคอฟ รวมถึงได้รับการช่วยเหลือจาก มร.ทรี เข้าช่วยเหลือเอสได้สำเร็จ ทำให้สองพี่น้องคู่นี้ได้อาละวาดอย่างหนำใจอีกครั้งหนึ่ง ณ ลานประหารแห่งนี้ ทว่าความสุขสมหวังกลับอยู่ได้ไม่นาน เมื่อลูฟี่พลาดท่าแก่อาคาอินุ และกำลังจะโดนหมัดเพลิงแม็คม่าสังหาร แต่เอสกลับสละชีวิตด้วยการรับหมัดของอาคาอินุทะลุร่างของตนเองเพื่อช่วยน้องชายสุดที่รัก

  เอสจากไป ชนิดที่สร้างความช็อคแก่พรรคพวกของหนวดขาว แต่คนที่ช็อคมากที่สุด คงจะหนีไม่พ้น ลูฟี่ ที่สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจนไม่สามารถต่อสู้ได้อีกต่อไป แต่โชคยังดีที่ได้ จินเบ ช่วยเหลือ โดยพาตัวลูฟี่หนีออกจากลานประหาร และฝากให้ ทราฟาลก้า ลอว์ ที่พบเจอโดยบังเอิญ ช่วยรักษาตัวลูฟี่ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่ลานประหารนั้น ยังไม่จบ เมื่อจู่ๆ ทีช หรือ หนวดดำพร้อมพรรคพวก ประกาศเป็นศัตรูกับกองทัพเรือ และเริ่มรุมโจมตีหนวดขาว ผู้ซึ่งเคยเป็นอดีตเจ้านายของตน หนวดขาวพยายามสู้สุดกำลัง แต่ก็ไม่สามารถรับมือไหว หนวดขาวจึงได้จบชีวิตลงอย่างสง่าผ่าเผย อันเป็นสัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัยของโจรสลัด...... ต่อจากนั้น กองทัพเรือ กับ พรรคพวกของหนวดดำได้ต่อสู้กัน จนกระทั่งกลุ่มโจรสลัดผมแดงที่นำโดย แชงคูส ได้ปรากฏตัวขึ้น เพื่อมาเจรจายุติศึก และ ขอรับศพของหนวดขาว และ เอส ไปประกอบพิธีกรรมในที่สุด เป็นการจบการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เปิดม่านยุคสมัยแห่งโจรสลัด ได้ถูกบันทึกไว้เป็นหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์

   ณ เกาะอามาซอนลิลลี่ ลูฟี่ ฟื้นขึ้นมาอีกที ก็ได้แต่โศกเศร้ากับการจากไปของเอส แบบไร้สติ และภาพนั้นได้ตัดไปยังอดีตที่ ลูฟี่ เอส ได้รู้จักกันครั้งแรกเมื่อสมัยยังเด็ก พร้อมกับได้รู้จักกับซาโบะ เด็กหนุ่มจากชนชั้นสูงที่ชอบใช้ชีวิตธรรมดาๆมากกว่า และทั้งสามได้ผ่านเรื่องราวมากมาย จนกระทั่ง ซาโบะ แยกจากไป เหลือเพียงเอส กับ ลูฟี่ เท่านั้น ทำให้ทั้งสองสาบานตนว่าเป็นพี่น้องกัน และสาบานว่าจะเป็นจ้าวแห่งโจรสลัดด้วยกัน จากนั้นภาพตัดมาอีกที เป็นลูฟี่ที่โดนจินเบ เรียกสติ ทำให้ลูฟี่ได้รู้สึกตัวว่า ตนยังมีสิ่งสำคัญที่เหลืออยู่ นั่นคือ เพื่อนพ้องที่ต่างแยกกระจายออกไปนั่นเอง ต่อมา ลูฟี่ได้บุกไปยังฐานทัพเรือ พร้อมกับส่งข้อความลับที่มีแต่พรรคพวกของลูฟี่ที่รู้ ทำให้พรรคพวกของลูฟี่ที่แยกกระจายตามที่ต่างๆ ตัดสินใจอยู่ฝึกฝนวิชาเพิ่มเติม จนกว่าจะได้พบเจอกับลูฟี่ (ที่ฝึกวิชาเหมือนกัน) อีกครั้งในอีก 2 ปีข้างหน้า

  บทโลกใหม่ : ดำดิ่งสู่เกาะเงือก

ลูฟี่และพรรคพวกได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง หลังจากเวลาผ่านไป 2 ปี ซึ่งแต่ละคนต่างก็มีการเปลี่ยมโฉมตัวเอง พร้อมกับมีความสามารถแบบใหม่ติดตัว ทว่า ก่อนที่แต่ละคนจะรวมตัวได้นั้น พวกเขาก็ต้องเผชิญกับ กลุ่มโจรสลัดหมวกฟางตัวปลอม แล้วก็ พวกกองทัพเรืออีก แต่พวกลูฟี่ก็รอดตัวมาได้แบบฉุกละหุกนิดหน่อย ซึ่งลูฟี่ได้พบกับเรลี่อีกครั้ง ซึ่งเรลี่ก็ได้คลุมเรือซันนี่ให้พวกลูฟี่เรียบร้อย จากนั้นลูฟี่ก็ให้คำสัญญาแก่เรลี่ว่าจะเป็นจ้าวแห่งโจรสลัด ให้จงได้ก่อนจาก ซึ่งสร้างความตื้นตันจนน้ำตาไหลแก่เรลี่เป็นอย่างมาก และแล้ว เรือก็มุ่งหน้าสู่เกาะเงือกต่อไป

ระหว่างทางไปเกาะเงือกนั้น พวกลูฟี่ต้องเผชิญกับสัตว์ทะเลขนาดยักษ์ รวมไปถึง การมาของ คาลิบู โจรสลัดเงือกที่แอบตามพวกลูฟี่ต้อยๆอีก แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็สามารถมาถึงเกาะเงือกได้สำเร็จ (แต่ต้องพลัดพลาดสมาชิกบางคน) ซึ่งพวกเขาได้รับการต้อนรับจาก เคมี่ พร้อมกลับเงือกสาวแสนสวยอีกหลายตน ทำเอา ซันจิ ที่ต้องพบกับความอึดอัดจากการไม่ได้พบเจอกับสาวสวยมานานถึง 2 ปี ถึงกับเลือดกำดาวพุ่ง เสียเลือดเป็นจำนวนมาก จนต้องพาไปรักษาตัวเป็นการใหญ่ แต่โชคดีที่เขารอดมาได้ (ด้วยเลือดของเงือกกระเทย) จากนั้นพวกลูฟี่ ได้รู้จักกับ มาดามเชอรี่ เจ้าของร้านคาเฟ่ที่เคมี่ทำงานอยู่ แล้วก็เป็นนักพยากรณ์ แล้วก็ไปเยี่ยมเยือยบ้านของปลาดาว ปั๊กปาคุ ผู้ซึ่งเป็นดีไซเนอร์คนดังประจำเกาะเงือกแห่งนี้ อีก เท่านั้นไม่พอพวกลูฟี่ ก็ถูก เนปจูน ราชาแห่งเกาะเงือกเชิญชวนไปที่ปราสาทริวงูด้วย เพื่อเป็นการตอบแทนที่พวกลูฟี่ได้ช่วยเหลือ เมกาโล ฉลามเลี้ยงของลูกสาวของเนปจูนให้รอดพ้นจากหมึกยักษ์คราเคนที่พวกเขาได้เผชิญก่อนเข้าสู่เกาะเงือก ทว่าในระหว่างนั้น มาดามเชอรี่ได้ทำนายว่า ชายสวมหมวกฟางผู้นี้ (ลูฟี่) จะเป็นผู้ทำลายเกาะเงือก!!

แต่ทว่าความสงบของลูฟี่และพรรคพวกบนเกาะเงือกก็ช่างไม่ยาวนานนัก เมื่อมีโจรสลัดเงือกกลุ่มหนึ่ง นำโดย โฮดี้ โจนส์ กำลังวางแผนยึดครองเกาะเงือกแห่งนี้ โดยนำเอาความเกลียดชังเผ่าพันธุ์มนุษย์ของพวกตน ไปใช้ในก่อเรื่องเลวร้ายขึ้น แถมยังได้ผนึกกำลังเป็นพันธมิตรกับ ฟานเดอเด็คเค่น โจรสลัดเงือก เข้าให้อีก .....ตัดกลับมาที่ปราสาท พวกลูฟี่ได้พบเจอกับโซโล ที่ได้ทหารของเนปจูนช่วยเหลือเอาไว้ พร้อมกับได้รับรู้ว่า แฟรงกี้ ไปหาญาติของทอม ส่วน โรบิน ออกเดินทางไปสำรวจ และในระหว่างที่เนปจูนกำลังพูดคุยกับนามิอยู่นั้น จู่ๆ ลูฟี่ก็หายตัวไป เพื่อออกตามหาอาหาร และได้เข้าไปยังห้องๆหนึ่งที่มืดมาก พอลูฟี่รู้ตัวอีกที พบว่า ตนได้พบเจอกับ เจ้าหญิงชิราโฮชิ ธิดาสุดขี้แยของเนปจูนนั่นเอง ชิราโฮชิ ตกใจมากที่พบเจอกับลูฟี่ พยายามขอร้องความช่วยเหลือ แต่จากการที่ลูฟี่ได้ช่วยเหลือเธอ ให้รอดพ้นจากจากการจู่โจมของ เด็คเค่น โจรสลัดเงือกขี้ตื้อผู้มีความสามารถในการปาของแม่นยำ ทำให้ชิราโฮชิเริ่มไว้ใจในตัวลูฟี่ แถมลูฟี่ยังพาชิราโอชิหนีออกไปข้างออกอีก

และเแล้วเรื่องราวต่างๆก็เริ่มวุ่นวายขึ้น จากการที่คาลิบู ที่แอบเข้ามาในเกาะ ได้ใช้ความสามารถของผลโคลนจับนางเงือกส่วนหนึ่งเข้า จึงทำให้เสนาธิการฝั่งขวา เริ่มสงสัยในตัวลูฟี่มากขึ้น (กอปรกับได้ยินคำทำนายของมาดามเชอรี่ด้วย) พวกเขาจึงไม่รีรอ ด้วยการตัดสินใจจับกุมพรรคพวกลูฟี่ที่อยู่ ณ ที่ปราสาททั้งหมด เท่านั้นยังไม่พอ พวกเขายังส่งทหารส่วนหนึ่งมาจับกุม ซันจิ กับ ช็อปเปอร์ ที่โครัลฮิลด้วย ซึ่งพรรคพวกลูฟี่ทั้งหมดต่างก็ขัดขืน ต่อสู้กับทหารของราชอาณาจักรอย่างยากลำบาก ทว่าในระหว่างนั้น พวกเขาก็ต้องพบกับ โฮดี้ ที่ออกมาก่อการกบฎ ทำการจับกุมตัวเนปจูนเข้า แม้ว่าพวกลูฟี่ส่วนหนึ่งที่ประกอบด้วย โซโล อุซป และ บรู้ค รวมไปถึง เจ้าชายเงือก บุตรของเนปจูนทั้ง 3 ตน อย่าง ฟุคาโบชิ ริวโบชิ มันโบชิ พยายามต่อสู้ช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถต้านไว้ได้ ขณะเดียวกัน ฝั่งลูฟี่เอง ได้เผชิญกับการรังควานของเด็คเค่นที่พยายามจะตื้อชิราโฮชิให้ยอมแต่งงานกับตน แต่ก็ถูกปฏิเสธไป เลยเกิดการต่อสู้ที่นั่น ซึ่งเผอิญ ลูฟี่ได้พบกับ ซันจิ กับ ช็อปเปอร์ ด้วย ก็เลยพาหนีไปด้วยกัน และได้มุ่งหน้าไปยังป่าแห่งทะเล

ณ ป่าแห่งทะเล ที่ซึ่ง จินเบ รออยู่ พร้อมกับ นามิ แฟร้งกี้ แต่พอจินเบได้พบกับ เจ้าหญิงชิราโฮชิ ที่มุ่งหน้ามายังป่าทะเลพร้อมกับ ลูฟี่ ซันจิ กับ ช็อปเปอร์และ เมกาโล ทำเอาจินเบรู้สึกตกใจมาก อย่างไรก็ตาม ป่าทะเลแห่งนี้เป็นที่ตั้งของหลุมศพของราชินีโอโตฮิเมะ แม่ของชิราโฮชิ ด้วย จึงทำให้ จินเบ นอกจากจะบอกความจริงว่า ตนเป็นคนปล่อยให้อารอนออกมาอาละวาดที่หมู่บ้านของนามิแล้ว เขายังได้เล่าเรื่องราวในอดีตที่เกิดขึ้นกับเกาะเงือก โดยเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับฟิชเชอร์ไทเกอร์ กัปตันกลุ่มโจรสลัดไทโย ที่จินเบเคยสังกัดอยู่ และจากการตายของไทเกอร์นั้น ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความแตกหักระหว่างเผ่าเงือกกับมนุษย์ รวมไปถึงเรื่องราวของโอโตฮิเมะ ในความพยายามที่จะให้ชาวเงือกญาติดีกับมนุษย์อีก ซึ่งก็จบลงด้วยความเศร้า ซึ่งพอลูฟี่ได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด กอปรกับรับรู้เรื่องที่โฮดี้เผยความจริงว่า ตนอยู่เบื้องหลังการตายของโอโตฮิเมะ พร้อมกับได้ประกาศกร้าวว่าทำการจับกุมเนปจูน เจ้าชายทั้ง 3 แล้วก็ โซโล อุซป และ บรู้ค อีก ทำให้เขาตัดสินใจที่จะต่อสู้กับโฮดี้ แต่ก็ถูกจินเบสั่งห้ามเอาไว้ เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้ความขัดแย้งระหว่างเงือกกับมนุษย์นั้นจะบานปลายไปอีก แต่ลูฟี่ยืนยันจะสู้ท่าเดียว เลยทำให้ลูฟี่กับจินเบ ต้องมาสู้กันเอง แต่การต่อสู้ของทั้งคู่ก็จบลง จากการปรากฏตัวของโรบิน ก็เลยทำให้ทั้งคู่ได้สงบจิตสงบใจกันมากขึ้น พร้อมกับหาวิธีรับมือกับพวกของโฮดี้

ตัดมาที่ฝั่งโฮดี้ โฮดี้ได้เริ่มที่จะทำการประหาร เนปจูนและเจ้าชาย จากนั้น ชิราโฮชิ ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้า โดยเปิดเผยว่า เธอรู้ว่าโฮดี้เป็นคนฆ่าแม่ของเธอตั้งแต่ตอนนั้น ซึ่งสร้างความประหลาดใจแก่พี่ชายของเธออย่างมากว่าทำไมถึงไม่ยอมบอกเรื่องนี้แก่พวกเขา ซึ่งเหตุผลหลักๆนั้น ก็เพราะชิราโฮชิยึดติดกับคำสั่งเสียของคุณแม่ของเธอ ที่บอกว่า อย่าไปโกรธแค้นกับคนที่ทำร้ายราชินีโอโตฮิเมะ แต่โฮดี้ไม่สนยังคงทรมานคนในครอบครัวของเธอ แถมยังทำร้ายมาดามเชอรี่ที่มาสอดไม่เข้าเรื่องอีก เท่านั้นไม่พอ เธอยังเจอเด็คเค่นเล่นของหนักด้วยการเตรียมโยนเรือโนอาขนาดใหญ่ขว้างใส่ชิราโฮชิ หมายจะสังหารเธอ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเริ่มคับขันเต็มที แต่ทันใดนั้น ลูฟี่ โผล่จากปากของเมกาโล และพุ่งเข้าโจมตีโฮดี้ทันที ขณะเดียวกัน นามิ ได้ใช้ความสามารถพิเศษในการซ่อนตัว และได้ช่วยเหลือ เนปจูน และ เจ้าชายทั้ง 3 ตนเรียบร้อยแล้ว แถมยังได้ แฟรงกี้ขับเรือซันนี่มาดักทางอีก รวมไปถึง พวกของโซโล หลุดออกจากกรงขังสำเร็จมารวมตัวในภายหลักอีก จึงทำให้การต่อสู้ช่วงสุดท้ายระหว่างพรรคพวกของลูฟี่ กับ พรรคพวกของโฮดี้ จึงได้เริ่มขึ้น!!

ระหว่างการต่อสู้ ทันใดนั้น เรือยักษ์โนอาได้เลยมาถึง และกำลังมุ่งหน้าจู่โจมไปยังร่างของชิราโฮชิ ซึ่งหากมีการปะทะกัน ก็มีผลทำให้เกาะเงือกถึงคราล่มสลายได้เช่นกัน และจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ชิราโฮชิตัดสินใจที่จะรับมือกับเรือเพื่อปกป้องทุกคนบนเกาะ แต่ลูฟี่และพวกเจ้าชาย รวมถึงชาวเมือง ไม่ปล่อยให้เป็นอย่างนั้น พวกเขาได้พยายามต่อสู้หยุดเรือกันอย่างเต็มที แต่ในระหว่างนั้น โฮดี้ก็ได้จัดการหักหลังเด็กเค่น ด้วยการใช้หอกแทงไปที่ร่างเด็กเค่น เพื่อให้สถานการณ์เลวร้ายหนักขึ้นไปอีก ทำให้ลูฟี่่ กับ โฮดี้ จึงได้เข้าต่อสู้อย่างห้ำหั่นกัน โฮดี้เข้าต่อสู้กับลูฟี่อย่างบ้าคลั่งด้วยฤทธิ์ของยาโด๊ปที่เขมือบเข้าไปจำนวนมาก แต่ก็ไม่สามารถต้านทานลูฟี่ไว้ได้ ขณะเดียวกัน ฟุคาโบชิ ได้รับรู้ตัวจริงของโฮดี้ นั่นคือความพยาบาทบนเกาะเงือก ที่มีความเกลียดชังมนุษย์เข้าเส้น ซะจนไม่สามารถจะรับมือไหว ก็เลยขอร้องให้ลูฟี่ ที่นอกจากจะต้องหยุดโฮดี้แล้ว ให้ช่วยทำลายเกาะนี้ให้เป็นศูนย์ซะ ซึ่งลูฟี่ก็ตบปากรับคำด้วยการจัดการกับโฮดี้ไปพร้อมๆกับทำลายเรือโนอา ในส่วนของพรรคพวกโฮดี้คนอื่นๆ ก็ถูกพรรคพวกลูฟี่ที่ได้ใช้ความสามารถพิเศษที่พวกเขาได้เรียนรู้ในช่วงสองปีที่ผ่านมา จัดการกันเอาซะจนอยู่หมัด

หลังจากพวกโฮดี้สิ้นฤทธิ์ ก็เหลือแต่เพียงการหยุดยั้งเรือโนอาไม่ให้ตกลงมายังเมืองเท่านั้น ลูฟี่พยายามพังเรือจนสุดความสามารถ ส่วนชิราโฮชิได้แต่ร้องไห้ขอร้องให้ลูฟี่หยุดทำอะไรที่เป็นการฝืนตนเอง แต่ทันใดนั้น ด้วยเสียงร้องของชิราโฮชิ บรรดาเจ้าแห่งทะเลได้มาปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับรักษาเรือโนอาไว้ ไม่ให้ตกลงไปทำลายเกาะเงือกได้ ..... เกาะเงือกรอดพ้นจากหายนะทั้งปวง กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง มีผลทำให้คำทำนายของมาดามเชอรี่นั้นไม่เป็นความจริง ขณะเดียวกัน พวกลูฟี่ได้ถูกขนานนามกลายเป็นฮีโร่ของคนทั้งเกาะ และได้มีการฉลองครั้งใหญ่ข้ามวันข้ามคืนกัน ในระหว่างงานปาร์ตี้ พวกเขาได้รู้ความจริงว่า ภายหลังจากเหตุการณที่มารีนฟอร์ด เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เซ็นโงคุ ได้สละตำแหน่งจอมพลแห่งกองทัพเรือ ทำให้เกิดการต่อสู้ชิงอำนาจกันของ ซาคาสึกิ หรือ อาคาอินุ กับ คูซัน หรือ อาโอคิยิ กัน ผลคือ อาคาอินะ (ซาคาสึกิ) ชนะ ได้เป็นจอมพลแทน ส่วนอาโอคิยิ ต้องถอนตัวออกจากกองทัพเรือ เช่นเดียวกับ โรบินได้รับรู้ว่า ชิราโฮชิ นั้นก็คือ โพไซดอน 1ใน 3 อาวุธสุดอันตรายของรัฐบาลโลก (สองอันที่เหลือคือ พลูตัน กับ ยูเรนัส) ขณะเดียวกัน พวกเขายังสามารถตามจับคาลิบู คนร้ายตัวจริงผู้ลักพาตัวนางเงือกไป พร้อมกับทรัพย์สินจำนวนหนึ่ง ซึ่งพอเนปจูนทราบเรื่องเข้า ก็อนุญาติให้พวกลูฟี่เอาทรัพย์สินจากเกาะนี้ไปตามต้องการ

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่พวกลูฟี่จะออกจากเกาะนี้ ก็ต้องพบเจอกับการคุกคาม(ผ่านแมลงสื่อสาร)จาก บิ๊กมัม (ชาร์ล็อต ลินลิน) หนึ่งในสี่จักรพรรดิ ที่กำลังโมโหหิวอย่างหนักจากการที่เกาะเงือกไม่ยอมส่งขนมมาให้เธอตามสัญญาที่กำหนดไว้ พอลูฟี่รู้เข้าก็สารภาพความจริงว่า ตนเป็นคนกินขนมจนหมด ซึ่งสร้างความไม่พอใจแก่บิ๊กมัมเป็นอย่างมาก แต่ถึงกระนั้น บิ๊กมัมได้ท้าทายให้ลูฟี่มาเยือนโลกใหม่ ส่วนลูฟี่ได้ตอบกลับเช่นกันว่า เขาจะล้มบิ๊กมัม และจะยึดเกาะเงือกเป็นดินแดนของตนให้จงได้........สุดท้ายนี้ พวกลูฟี่ได้จากเกาะเงือกนี้ไปอย่างอบอุ่น พร้อมกับคำสัญญาของชิราโฮชิว่า จะไม่เป็นคนขี้แยอีกต่อไป เช่นเดียวกับพวกหมวกฟางที่รับปากว่า จะกลับมาหาเธอที่เกาะเงือกอีกครั้งหนึ่งเช่นกัน........

 

 

  free hit counter javascript