บอกเล่าข่าวการ์ตูนประจำสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 21-27 กรกฎาคม 2551

สัปดาห์นี้ก็ไม่ค่อยมีข่าวน่าสนใจมากเท่าไหร่ แต่ก็พอแก้เครียดกับข่าวคนระดับบิ๊กๆในบ้านเรา เขากัดกันครับ

New Release Comics of the Week: เร็วเกินคาดใจ กับ Mx0 4
ไฮไลท์เด่นของการ์ตูนออกใหม่ประจำสัปดาห์นี้ ก้เป็นการออกเร็วชนิดไม่มีใครคิด อย่าง Mx0 เล่ม 4 ในเล่มนี้ ไทงะ ต้องออกผจญภัยตามหาต้นผักชีกอ ร่วมกับ สองสาว ไอกะ กับ มิซึกิ (คู่กรณีไทงะจากเล่มที่แล้ว) ซึ่งพวกเขาก็ได้เผลอเข้าถ้ำลึกลับซึ่งมีของวิเศษซ่อนอยู่ และในระหว่างนั้นไทงะก็ได้พบเจอกับเพื่อนใหม่นาม ลูซี่......จบจากการผจญภัย พระเอกจอมแถของเราก็ซวยไม่เลิก เมื่อโดนให้เข้าร่วม "คลาสแมทช์" ซึ่งตัวไทงะเอง ก็กลายเป็นเป้าให้ทีมอื่นๆตามล่า แล้วไทงะจะทำอย่างไรล่ะทีนี้.......

D.Gray-man เล่ม 13 ต้องบอกว่า งานเข้าจริงๆ สำหรับ อเลน เพราะต้องต่อสู้ และช่วยเหลือ ราวี่ ที่จิตวิญญาณถูกทำลาย ให้กลับคืนสติ แต่ทว่าจตุรัสนาวากำลังจะถล่มลงมาแล้ว!!!!
Lucky Star เล่ม 4 นานๆจะออกที แถมออกช่วงที่น้องๆหลายคนสอบมิดเทอมเสร็จพอดี ได้คลายเครียดกันเลยละทีนี้
ฮันมะ บากิ เล่ม 11 สไตรดัม ปรากฏตัวตรงหน้า บากิ และเล่าถึงเรื่องของ พิคเคิ้ล สิ่งมีชีวิต(!?)ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์...
สลับร่างล้างอธรรม เล่ม 15 ที่ญี่ปุ่นเพิ่งฉายเวอร์ชั่นอนิเมพอดี เลยรีบวางแผงซะเลย

การ์ตูนน่าสนใจเรื่องอื่นๆ:คนเล็กทะยานฟ้า เล่ม 17,เรื่องธรรมดาของเธอกับฉัน เล่ม 14,KARIN แวมไพร์สาวจอมเปิ่น เล่ม 10,ผ่ากฏอลเวง Plus เล่ม 4

 

     

 

VCD DVD Picks of the Week

คุณครูจอมเวท เนกิมะ!? ภาค 2 (VCD DVD,DEX)
อันเดียวกับที่ฉายทาง True Visions ในขณะนี้ (สำหรับคนที่ติด True Visions) พบกับการผจญภัยครั้งใหม่ของ เนกิ และ สาวๆ 3-A แห่ง รร.มาโฮระ ซึ่งภาคนี้นอกจากตัวการ์ตูนจะดูเด็กลงแล้ว ในส่วนของเนื้อเรื่องนั้น ดูจะชวนมึนงง แต่เน้นบู๊และขายการ์ด(Pactio)มากกว่าภาคแรกที่มีเนื้อหาค่อนข้างเบา

Bleach : Memories of Nobody (VCD DVD,Rose)
บลีช ภาคหนังโรงภาคแรก ที่แฟนๆบลีชบ้านเราได้สัมผัสในรูปแบบลิขสิทธิ์กันเสียที ซึ่งอิจิโกะ, ลูเคีย, ยมทูตสาวลึกลับ และเหล่ายมทูตชุดดำจากโซลโซไซตี้ ก็ต้องหยุดยั้งของเผ่าพันธุ์วิญญาณ "แบลงค์" และ ชายลึกลับจากเผ่าความมืดนาม กังริว ซึ่งหมายจะทำลายโลกมนุษย์ให้จงได้ แถมได้อารมณ์โรแมนติคอีกแบบนึงด้วย และเป็นอีกภาคหนึ่งที่ลูเคียจัง"เป็นหวัด"อีกรอบ (คือ ลูเคียเปลี่ยนเสียงพากย์เป็นอีกคนนึงครับ ไม่ใช่เสียง "อิคคิวซัง"ของภาคเบ้าท์ นะเออ)

ครูพิเศษจอมป่วน รีบอร์น (VCD DVD,Rose)
เมื่อหนุ่มสุดซวย ทำอะไรไม่ได้เรื่องอย่าง สึนะ ได้พบเจอกับ รีบอร์น ครูสอนพิเศษตัวเปี๊ยกที่คุณแม่ของสึนะว่าจ้างมา แต่จริงๆแล้ว รีบอร์นผู้นี้จะมาเป็นคนทำให้สึนะได้ก้าวขึ้นมาในตำแหน่งหัวหน้าแก๊งมาเฟีย วองโกเล่ รุ่นที่ 10 !!!!!.......... ด้วย"กระสุนดับเครื่องชน"นี้ ทำให้ชีวิตของสึนะเปลี่ยนไป... พบกับเรื่องราวสนุกสนาน โหดมันส์ฮา สุดหูรูด!!!! กันได้เล้ย!!!

ดราก้อนบอล ฮอลลิวู้ด เลื่อนวันฉายอีกรอบ
เมื่อสัปดาห์ก่อน นสพ.ซันเคย์ ชิมบุน ได้ลงโปสเตอร์อย่างเป็นทางการจากหนังดราก้อนบอล เวอร์ชั่นฮอลลิวู้ด ที่ใครต่อใครตั้งหน้าตั้งตาคอย(หรือเปล่าน้อ) โดยภาพในโปสเตอร์นั้นเป็นรูป จัสติน แช้ตวิน (War of the Worlds, The Invisible, Lost ) ในบทบาทของโกคูกำลังยืนหันหลัง และมีตัวอักษรญี่ปุ่นกำกับไว้บนภาพซึ่งแปลได้ว่า "The legend comes to life." รวมไปถึงตัวหนังสือซึ่งระบุไว้ว่า "ออกฉายพร้อมกันทั่วโลก 13 มี.ค. 2009 " ซึ่งก็เป็นการเลื่อนเวลาออกฉายอีกครั้งหนึ่ง จากแรกเริ่มเดิมทีที่มีกำหนดฉาย ส.ค.นี้ และต่อมาก็เลื่อนฉายในเดือนเม.ย.ปีหน้า ก่อนจะเลื่อนมาเป็นวันที่ 13 มี.ค.2009 ตามที่ระบุในโปสเตอร์

แหล่งข่าว:Sankei Shimbun


"พิคโกโร่"เผยความในใจ
ข่าวต่อเนื่องจากข้างบน คราวนี้เป็นทีของ เจมส์ มาสเตอร์ส ผู้รับบทเป็นพิคโกโร่ คู่ปรับของโกคูในหนังดราก้อนบอล ได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Jump Square ของญี่ปุ่น ฉบับเดือนส.ค. โดยเขานั้นได้เผยความรู้สึกที่ได้รับเล่นในหนังเรื่องนี้ รวมไปถึงความผูกพันกับการ์ตูนเรื่องนี้ ที่มีต่อตัวเขาและครอบครัว

มาสเตอร์ส กล่าวว่า เนื้อเรื่องในหนังจะแตกต่างจากต้นฉบับอย่างสิ้นเชิง แต่มันเป็นความจำเป็นในการย่อขนาดเนื้อเรื่องต้นฉบับเพื่อความเหมาะสมในการฉายฉบับภาพยนตร์ เขายืนยันว่า ถึงตัวหนังจะเปลี่ยนแปลงไปเยอะ แต่หัวใจหลักของดราก้อนบอลยังคงอยู่ ซึ่ง เขาเป็นคนให้ลูกชายของเขาดูดราก้อนบอลทุกภาค ซึ่งเขาตระหนักว่ามันเป็นหนังที่ดีที่สุดในการฝึกหัดให้คนเป็นลูกผู้ชายตัวจริง คนจริงไม่จำเป็นต้องโอ้อวดพลังอำนาจของตัวเอง พวกเขาจะนิ่ง, สุภาพ และถ่อมตัว แต่เมื่อถึงคราวจำเป็น พวกเขาจะไม่ลังเลที่จะสังหารศัตรู และนั่นคือสิ่งที่โกคูเป็น โกคูคือคนจริง เขารู้ว่าลูกชายของเขาได้ซึมซับสิ่งเหล่านั้นและปรับมาใช้กับชีวิตของเขาเอง ลูกชายเขาไม่ใช้ความรุนแรงกับคนอื่น แต่เขาไม่หวาดกลัวต่อความโกรธของตัวเอง ซึ่งมันเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ

ส่วนสิ่งสำคัญที่ทำให้มาสเตอร์สมาเล่นหนังเรื่องนี้ ก็มาจากคาแร็คเตอร์ของพิคโกโร่ ซึ่งทำให้เขานึกถึงความ "โดดเดี่ยว" พิคโกโร่มักจะบินไปบนอากาศผ่านทิวทัศน์ที่สวยงาม แต่ไม่เคยสนใจสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเขาเลย เขาจะเอาแต่ครุ่นคิด, ไตร่ตรอง และจ้องไปที่เท้าของตัวเอง หรือบางทีพิคโกโร่ อาจเป็นคาแร็กเตอร์สำหรับการล้างแค้น เขาเกลียดตัวเองและสาปแช่งผู้คนที่ล่อลวงเขา ความปรารถนาของเขาไม่หยุดแค่การฆ่าคนจนไปถึงการทำลายล้างเมืองที่เขาอาศัยหรือโลกที่พวกเขาปกป้อง การล้างแค้นเป็นทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับเขา เป็นทุกๆ อย่าง.....มาสเตอร์สใช้เวลาในการเมคอัพปีศาจแสนน่ากลัวเพียงแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น และฉากที่เขาชื่นชอบที่สุดคือฉากต่อสู้ในฉากจบของเรื่อง

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000084791



แหล่งข่าว: http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9510000084791

ไฟเขียว Shugo Chara! ซีซั่น 2
นิตยสารนากาโยชิ ฉบับเดือน ก.ย. แจ้งว่า Shugo Chara! ผลงานอีกเรื่องหนึ่งของ Peach-Pit (Rozen Maiden) ก็ได้ไฟเขียวให้ทำอนิเมซีซั่น 2 ต่อแล้ว โดยทีมงานนั้นยังคงเป็นชุดเดิมจากซีซั่นแรก
สำหรับ Shugo Chara! เป็นการ์ตูนแนวสาวน้อยเวทมนตร์ ซึ่งคู่หูสาวPeach-Pit เขียนเรื่องนี้ตั้งแต่ปี 2005 และเคยคว้ารางวัลการ์ตูนเด็กยอดเยี่ยมของสนพ.โคดันฉะ เมื่อปีนี้เอง ซึ่งในบ้านเรานั้น ฉบับหนังสือการ์ตูนของเรื่องนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ สนพ.บงกช ในชื่อ คาแรคเตอร์ผู้พิทักษ์


แหล่งข่าว:animenewsnetwork.com


  Jump SQ ลงเรื่องสั้นของ อ.ชินโจ มายุ
น่าจะเรียกว่า เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ อ.ชินโจ มายุ นักเขียนการ์ตูนแนวโชโจ(สไตล์น้ำเน่า)คนดัง จะมีผลงานการ์ตูนลงในนิตยสารการ์ตูนโชเน็น (การ์ตูนผู้ชาย)!!! โดยนิตยสารการ์ตูนรายเดือน Jump Square ก็ยืนยันว่า ในฉบับเดือนต.ค.ซึ่งจะออกวางขายวันที่ 4 ก.ย.นั้น จะลงผลงานเรื่องสั้นซึ่งยัง
ไม่ระบุชื่อเรื่องของ อ.มายุ อย่างแน่นอน โดย Jump SQ ฉบับเดือน ก.ย. จะบอกรายละเอียดชื่อเรื่อง ตัวละคร เนื้อเรื่อง รวมถึงบทสัมภาษณ์ผู้เขียนอีกที.....ก็ต้องมาดูกันว่า ถึงจะเขียนเรื่องสั้นในนิตยสารโชเน็น สไตล์ของเรื่องนั้น ยังคงเป็นแนวโชโจ(การ์ตูนผู้หญิง)ตามที่อ.มายุถนัด หรือ จะลองเปลี่ยนแนวไปเขียนการ์ตูนผู้ชายซะเลย!!!!
แหล่งข่าว: animenewsnetwork.com


เผยข้อมูลล่าสุดของ Higurashi no Naku Koro ni Rei

ต้นปีที่ผ่านมา ก็มีข่าวคราวเกี่ยวกับอนิเมชุดที่ 3 ของฮิกุราชิ ที่มีชื่อว่า Higurashi no Naku Koro ni Rei โดยภาคนี้ก็ย้ายไปทำลงในDVD แทน อันเนื่องมาจากปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างออกฉายภาคสอง โดย Ryukishi07 ทีมผู้สร้างฮิกุราชินั้น ได้เผยรายละเอียดของ Higurashi no Naku Koro ni Rei ออกมาแล้วว่า อนิเมชุดนี้กำหนดวางจำหน่ายแผ่นแรก ในรูปแบบ DVD ช่วงหลังคริสมาสต์ วันที่ 26 ธ.ค. และรูปแบบ Blu-ray Disc ช่วงเดือนม.ค.ปีหน้า โดยอนิเมชุดนี้มีทั้งหมด 5 แผ่น แบ่งเป็นแผ่นแรก Hajisarashi ซึ่งเป็นเรื่องขำขันในสระว่ายน้ำ ส่วนอีก 3 แผ่นถัดไปนั้น จะเป็นเนื้อหาในส่วน "Saikoroshi" ซึ่งเป็นเนื้อเรื่องของตัวละครหญิง หลังจากบทสรุปทั้งสองภาคก่อนหน้า กำหนดออกในช่วง ก.พ.-มิ.ย.ปีหน้า และแผ่นสุดท้าย Hirukowashi เป็นเนื้อเรื่องจากนิยายที่แยกมาจากเกมภาค Higurashi Daybreak ซึ่งลงในเครื่อง PSP ออกจำหน่ายเดือน ส.ค.ปีหน้าอีกเช่นกัน

ในส่วนของภาคนี้ ได้ โทชิฟุมิ คาวาเสะ เป็นคนกำกับ , คาซึยะ คุโรดะ (Chrono Crusade, Vandread) รับหน้าที่ออกแบบตัวละคร และ เคนจิ คาวาอิ รับหน้าที่แต่งเพลงประกอบ

แหล่งข่าว: animenewsnetwork.com


FOX หยิบ Cowboy Bebop เป็นหนังคนแสดง!!!!
ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ฝรั่งพยายามเหลือเกินที่จะนำอนิเมญี่ปุ่นเรื่องดังมายำเป็นหนังคนแสดงให้คออนิเมได้ทำใจกันต่อไป เมื่อเว็บไซต์ของIFMagazine รายงานมาว่า เออร์วิน สตอฟ โปรดิวเซอร์จาก The Matrix, A Scanner Darkly เตรียมจะสร้างความอือฮาแก่คออนิเมอีกรอบ เมื่อเขาจะนำ Cowboy Bebop อนิเมเรื่องดังจากค่ายซันไรส์ ไปทำเป็นหนังจอเงินให้กับค่ายFOX ซึ่งสตอฟได้บอกกับเว็บไซต์ดังกล่าวว่า โปรเจ็คนี้กำลังอยู่ในช่วงขั้นตอนแรกเริ่ม ซึ่งเขารับปากกับแฟนๆว่า เขาจะทำโปรเจ็คนี้ให้เป็นไปตามความคาดหวังอย่างแน่นอน

Cowboy Bebop จัดเป็นอนิเมดังในช่วงปลายยุค 90 เรื่องราวของเหล่านักล่าค่าหัวแห่งยาน Bebop ที่ออกตระเวนทั่วอวกาศ เพื่อทำภารกิจกำจัดเหล่าร้ายให้สำเร็จ......แต่ก็เอาน่า ในเมื่อหนังฟอร์มยักษ์อย่าง Star Wars ,Transformers ยังทำออกมาได้ แล้วเรื่องนี้พอทำเป็นหนังออกมาแล้ว ก็น่าจะออกมาดูดีเช่นกัน ต้องรอดูกันต่อไป



แหล่งข่าว: IFMagazine.com,animenewsnetwork.com


Pikachurin สารโปรตีนที่ได้มาจากเจ้าหนูสายฟ้าตัวเหลือง !?
ข่าวขำๆประจำวีคนี้ ก็เป็นเรื่องของการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ แต่บังเอิญดันมีเรื่องราวของการ์ตูนมีเอี่ยวด้วยเหมือนกัน.... มีใครจะเชื่อบ้างว่า จะมีคนกล้านำเอาตัวละครจากการ์ตูนและเกมอย่าง เจ้าปิกาจู หนูสีเหลืองพลังสายฟ้าจากเรื่องโปเกม่อนเป็นแรงบันดาลใจในการวิจัย เรื่องของเรื่องก็คือ ทีมนักวิจัยซึ่งนำโดย ทาคาฮิสะ ฟุรุคาว่า ศาสตราจารย์แห่งสถาบันชีวะวิทยาศาสตร์โอซาก้า ได้ทำการตั้งชื่อสารโปรตีนชนิดใหม่ที่พวกเขาค้นพบ ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสื่อกลางในการส่งพลังงานจลน์ด้านข้อมูลการมองเห็นระหว่างตากับสมองได้อย่างดี และเผอิญพวกเขาก็นึกถึง ปิกาจู จากโปเกม่อน ที่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วพอดีเลย เลยได้แรงบันดาลใจตั้งชื่อสารโปรตีนชนิดใหม่นี้ว่า Pikachurin ซะเลย

โดยทีมนักวิจัยคาดหวังว่าPikachurin ตัวนี้จะช่วยรักษาผู้ป่วยโรคเซลล์รับแสงที่จอประสาทตาเสื่อม (retinitis pigmentosa) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญทำให้ตาบอดได้ (หวังว่า คงไม่ใช่ตาหายบอดแล้วปล่อยพลังสายฟ้าได้นะ)

แหล่งข่าว : animenewsnetwork.com

Ponyo on the Cliff ออกสตาร์ทเยี่ยม!!
Ponyo on the Cliff หนังอนิเมเรื่องล่าสุดของ Ghibli และเป็นผลงานการสร้างของ ฮายาโอะ มิยาซากิ นั้นก็ได้ฉายเข้าโรงเมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา และก็เปิดตัวได้สวย เมื่อสามารถครองอันดับ 1 ในบ็อกซ์ออฟฟิซญี่ปุ่นได้สำเร็จ โดยทำรายได้สูงถึง 15,000,000,000 เยน คิดเป็น 96.6% ของรายได้ของ Spirited Away ที่เคยออกฉายในปี 2001 ช่วงสัปดาห์แรกที่เข้าโรง แต่ในแง่ของยอดผู้ชมนั้น Ponyo กลับมียอดคนดูมากกว่า Spirited Away ในช่วงสัปดาห์แรกที่เข้าโรงนิดหน่อย โดยคิดเป็น 101.4% เมื่อเทียบกับ Spirited Away

หากแบ่งกลุ่มของผู้เข้าชมนั้น พบว่า คนที่เข้าชม Ponyo ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง 66% อยู่ในช่วงวัย 20 ปีถึง 32% ในส่วนกลุ่มผู้ชมวัยเด็กนั้น สนใจดูน้อยกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 20% ของผู้ชมทั้งหมด

นอกจากนี้ Pocket Monsters Diamond & Pearl: Giratina to Sora no Hanataba Shaymin หรือ หนังจอเงินของโปเกม่อนภาคล่าสุด ที่ฉายเข้าโรงในสัปดาห์แรกเหมือนกัน ก็เข้ามาอยู่อันดับ 2 ในบ็อกซ์ออฟฟิซญี่ปุ่นอีกด้วย


แหล่งข่าว: http://www.cartoon.co.th/news/read_news.asp?id=2841&cid=1,animenation.net

Studio 4 C มีส่วนร่วมกับ Footage ของ Street Fighter IV
จัดเป็นเกมภาคต่อที่บรรดาคอเกมต่อสู้ต่างก็รอคอยกัน สำหรับ Street Fighter IV ซึ่งเราก็มีข่าวเกี่ยวกับเกมนี้เล็กน้อยในแง่ของทีมงานที่มีส่วนรับผิดชอบในการทำ Footage ซึ่งเป็นอนิเมชั่นสั้นๆในเกมวีดีโอ ซึ่งบูธของ CAPCOM ณ งาน Comic-Con ที่สหรัฐอเมริกา ได้ยืนยันว่า Studio 4 C ที่เคยมีส่วนร่วมกับอนิเมดีกรีรางวัลยอดเยี่ยมอย่าง Tekkonkinkreet นั้น รับหน้าที่ทำ Footage ให้กับเกมนี้ และในงานก็มีการโชว์ตัวอย่าง Footage ให้ดูกันอีกด้วย ซึ่งมีทั้งภาพของชุนลีที่ไม่เคยมีใครเห็นกันมาก่อน และภาพการต่อสู้ระหว่าง ริว กับ อาคุม่า แบบฉบับพากย์อังกฤษ

ในโปรเจ็คนี้ CAPCOM ได้ว่าจ้าง ผู้กำกับ โคจิ โมริโมโตะ และ อนิเมเตอร์ จิโร่ คานาอิ มาร่วมในโปรเจ็คนี้แล้ว


แหล่งข่าว: animenewsnetwork.com

รวมคลิ๊ป "ดิจิการัต" ฉลองครบรอบ 10 ปี เนี้ยว!!
เวลาผ่านไปไวจริงๆ นึกไม่ถึงเลยว่า Di Gi Charat การ์ตูนอนิเมที่บูมสายพลังสาวน้อยโลลิหูแมวนั้น มีอายุครบ 10 ปีแล้ว และเพื่อให้เข้ากับการเฉลิมฉลอง ทางเว็บ Nico Nico Douga เว็บคลิ๊ปวีดีโอของญี่ปุ่นได้เปิดตัว Nyoko Nyoko Douga ซึ่งเป็นที่รวบรวมคลิ๊ปวีดีโอของ Di Gi Charat ที่มีทั้ง Panyo Panyo Di Gi Charat และ Pyoko ni Omakase Pyo! ซึ่งเป็นฉบับOVA รวมไปถึง Nima Nima ในรูปแบบแฟลชอนิเมชั่น ซึ่งเป็นการ์ตูนแก๊กของ Di Gi Charat ที่ทำแจกฟรีเฉพาะในร้าน Gamers เท่านั้น (ก็แหงอยู่แล้ว เพราะเป็นมาสค็อตประจำร้านนี้นี่นา)

การเข้าชมนั้น สามารถเข้าชมได้ฟรีแต่ต้องลงทะเบียนกับทางเว็บด้วยจึงจะดูได้นะ.....เนี้ยว!!

แหล่งข่าว:animenation.net



สรุปลิขสิทธิ์งาน Comic-Con '08

ที่สหรัฐอเมริกาก็มีงานการ์ตูนใหญ่อีกงานหนึ่ง ซึ่งจัดในช่วงวันที่ 24-27 ก.ค. กับงาน Comic-Con '08 ณ เมืองซาน ดิเอโก้ รัฐแคลิฟอร์เนีย ในงานนี้ค่ายการ์ตูนยักษ์ใหญ่ในอเมริกาต่างก็ประกาศลิขสิทธิ์เรื่องใหม่ๆกัน:

- Bandai Entertainment ได้ลิขสิทธิ์ Lucky Star ฉบับหนังสือการ์ตูน วางขายในอเมริกาเหนือ

- Del Rey ได้ลิขสิทธิ์ Negima Neo และ Soryuden ฉบับนิยายโดย CLAMP

- CMX คว้าลิขสิทธิ์ Genghis Khan, March on Earth

- Viz คว้าลิขสิทธิ์ Waq Waq (เคยลงใน C-Kids บ้านเราด้วย) ,Tegami-bachi, 20th Century Boys, Pluto และ BakeGyamon
อีกทั้ง Viz ยังเซอร์ไพรส์ด้วยการเชิญ สแตน ลี ผู้แต่งสไปเดอร์แมน มาโปรโมทผลงานการ์ตูนเรื่อง Ultimo ที่เขามีส่วนร่วมกับ อ.ฮิโรยูกิ ทาเคอิ(ชาแมนคิง) และก็ อนิเม Heroman ที่มีส่วนร่วมกับสตูดิโอ BONES


แหล่งข่าว: Saishin Anime Joho ,animenewsnetwork.com

เกมนารุโตะภาคใหม่ ลงเฉพาะเครื่อง XBox 360

"ยูบิซอฟต์" หนึ่งในบริษัทเกมยักษ์ใหญ่ของโลก เปิดตัวเกมใหม่ "Naruto: The Broken Bond" ซึ่งเป็นภาคต่อของเกม "Naruto: Rise of a Ninja" ที่ออกจำหน่ายเมื่อปีที่ผ่านมา โดยเกมนี้ได้ลิขสิทธิ์จาก VIZ Media LLC (อเมริกา) , TV Tokyo/Shueisha (ยุโรป) และ Mighty Delta (ฮ่องกง , สิงคโปร์ , ไต้หวัน) ตัวเกมจะสร้างจากการ์ตูนอนิเมชั่นนินจานารุโตะที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก โดยจะลงเฉพาะเครื่อง Xbox360 ที่อเมริกา , ยุโรป , ฮ่องกง , สิงคโปร์ และไต้หวันในช่วงปลายปีนี้

เนื้อเรื่องของเกมนารุโตะภาค "The Broken Bond" จะเกี่ยวข้องกับตัวละครเอก "นารุโตะ" ที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองได้ เป็นหนึ่งสมาชิกของกลุ่มนินจา แต่สถานะและความสามารถที่เปลี่ยนไปของนารุโตะ กลับทำให้ ซาสึเกะ เพื่อนสนิทของเขามองด้วยความอิจฉา ส่งผลให้ทั้งคู่ห่างเหินกัน ซึ่งโอโรจิมารุ ศัตรูในหมู่บ้านได้อาศัยช่วงเวลาที่เพื่อนสนิททั้งสองคนห่างเหินกันเข้ามาแทรกแซง และชักจูง ซาสึเกะ ให้ห่างจากนารุโตะและเข้าพวกกับเหล่าร้ายเพื่อพลังที่มากขึ้น งานนี้นารุโตะจะต้องทำเควสเพื่อดึงเพื่อนสนิทของเขากลับมาสู่เส้นทางที่ดีให้ได้

ยูบิซอฟต์ ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดระบบการเล่นใหม่ในเกมนารุโตะภาค The Broken Bond แต่ได้มีการยืนยันว่า online tournament mode ของเกมต้นฉบับจะนำกลับมาให้ได้เล่นกันอีก
แหล่งข่าว
: http://www.manager.co.th/Game/ViewNews.aspx?NewsID=9510000087633

Blu-ray "Macross Frontier" ขายดีเทน้ำเทท่า

ถือเป็นการรุกที่น่าทึ่งเสียจริงครับ สำหรับยอดขายBlu-ray Discs ของ Macross Frontier อนิเมฉลองครบรอบ 25 ปี ของซีรี่ย์ตระกูลยานรบแปลงเป็นหุ่นยนต์เรื่องนี้ หลังจากการออกวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา ก็ทำยอดขายได้สูงมาก ซึ่งทาง Bandai Visual ผู้จัดจำหน่ายนั้นได้ส่งแผ่น Blu-Ray ออกไปขายมากถึง 45,000 แผ่น นับเป็นอนิเมที่มียอดขาย Blu-Ray มากที่สุดในบรรดาอนิเมที่ Bandai Visual เคยออกจำหน่ายในรูปแบบเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Cowboy Bebop และ Ghost in the Shell

ในส่วนของ DVD นั้น ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีไม่แพ้กัน ซึ่งBandai Visual ออกวางจำหน่าย Macross Frontier ในรูปแบบ DVD มากถึง 55,000 แผ่นเลย......อย่างนี้ต้องเรียกว่าแหล่มจริงๆขอรับ


แหล่งข่าว: animenewsnetwork.com

ชมการดวลระหว่าง เนียร์ กับ เมลโล่ ใน "เดธโน้ต" ตอนพิเศษ 22 ส.ค.นี้
ทั้งๆที่ได้บทสรุปไปตั้งนานแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะทางช่อง NTV ของญี่ปุ่นก็เตรียมที่จะฉายอนิเม เดธโน้ต ตอนพิเศษ ในวันที่ 22 ส.ค.นี้ โดยภาคพิเศษของสมุดมรณะนี้จะใช้ชื่อว่า Death Note Rewrite 2: L o Tsugu Mono (Death Note: Rewrite 2: ผู้สืบทอดของ L) โดยเน้นเรื่องราวการต่อสู้ระหว่างเนียร์ กับ เมลโล่ ในการสืบคดีตามจับ"คิระ" ในมุมมองใหม่ที่ไม่ได้ปรากฏในตอนพิเศษตอนแรก ซึ่งตอนพิเศษตอนแรกของเดธโน้ต เคยออกฉายเมื่อส.ค.ปีที่แล้ว...........
แหล่งข่าว:animenewsnetwork.com

Tekkonkinkreet คว้ารางวัล Eisner
Tekkonkinkreet อนิเมเด่นจาก Studio 4C สร้างชื่ออีกหน หลังจากคว้ารางวัลอนิเมยอดเยี่ยมจาก Japan Acedemy Award มากอดแล้ว คราวนี้ก็ยังคว้ารางวัลEisner สาขา Best U.S. Edition of International Material ซึ่งมีการประกาศในงาน Comic-Con เมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ก็ยังมีการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องอื่นๆ เข้าชิงรางวัล Eisner สาขาอื่นๆ อีก 7 สาขาด้วยเช่นกัน แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศมาได้เลย (นั่นก็หมายความว่า Monster ของ อ.นาโอกิ อุราซาว่า ก็มือเปล่าไปอีกปีนึง)


แหล่งข่าว:animenewsnetwork.com

เวลาการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ "การ์ตูน" เรื่องไม่ "เด็ก"
นานๆที จะเห็นสื่อบ้านเราเขียนบทความเรื่องการ์ตูนไปในแง่ดีซักที หลังจากที่การ์ตูนมักโดนสื่อบ้านเราสับโขกอยู่บ่อยครั้งจนชาชิน(เฮ้อ) อันนี้เป็นบทความของหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 23 ก.ค.2551 หน้า 24 ซึ่งก็พูดถึงการ์ตูนด้วยแง่มุมที่ค่อนข้างจะเป็นกลาง มีสาระหน่อย ก็ขอสรุปเนื้อหาบางส่วนนะครับ

(บทความเต็มๆอ่านได้ที่ http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01ent03230751&day=2008-07-23&sectionid=0105 )

ไม่รู้ว่าจะมีคนคิดว่าการ์ตูนเป็นเรื่องเด็กๆ อีกไหม นอกจากผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงวัฒนธรรม ที่พูดแบบนี้เพราะเด็กที่เคยอ่านการ์ตูน ตอนนี้ก็โตเป็นผู้ใหญ่ที่ยังอ่านการ์ตูนอยู่ก็เยอะ แถมปริมาณคนอ่านการ์ตูนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

"การ์ตูนที่อาจจะมีคนเห็นเป็นเรื่องเล็กๆ จึงไม่ได้เล็กดังว่าเลย"

บ.ก.วุฒิ-วรวุฒิ วรวิทยานนท์ บรรณาธิการบริหาร สำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ บอกว่าการ์ตูน เป็นธุรกิจที่ค่อนข้างทำเงินจำนวนมาก เพราะนอกจาก "หนังสือ" ที่พิมพ์ขายแล้ว พอเริ่มโด่งดังก็จะมีการนำไปทำเป็นอนิเมชั่น แล้วยังมีสินค้า พวกโมเดลตัวละครในการ์ตูน ของจุกจิก เสื้อผ้า เกม ฯลฯ
ซึ่งถ้าจะทำให้ถูกกฎหมายจริงๆ ก็ต้องมีการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ ซึ่งจะเป็นรายได้เพิ่มอีกไม่รู้เท่าไหร่ และ ระยะหลังการ์ตูนญี่ปุ่นยังมีการขยายตลาดออกไปยุโรปและอเมริกาจึงไม่ต้องแปลกใจที่จะเห็นเด็กฝรั่งตัวน้อยเพิ่งมาคลั่ง "ดราก้อนบอล" ในตอนนี้ ซึ่งสินค้ามากมายหลายอย่างที่ผลิตออกมาจะมีกลุ่มคนซื้อมากพอสมควร เพราะการ์ตูนได้สร้างคนอย่าง "โอตาคุ" ซึ่งหมายถึงผู้หลงใหลในการ์ตูน จนเรียกว่าเป็น "แฟนเดนตาย" ขึ้นมามากมาย

แต่สำหรับปัญหาที่ซ่อนอยู่ในเรื่องของ การ์ตูนนั้น บ.ก.วุฒิบอกว่า เป็นเรื่องของกฎหมาย เพราะตอนนี้การ์ตูนพัฒนา แล้วคนอ่านก็พัฒนาแล้ว แต่กฎหมายยังตามไม่ทัน การ์ตูนในปัจจุบันซึ่งต้องเรียกว่าเป็น "นิยายภาพ" จึงยังถูกมองว่าเป็นเพียง "หนังสือสำหรับเด็ก" ก็เลยเกิดเหตุตำรวจตามจับร้านการ์ตูนให้เห็น ซึ่งปัญหาจริงๆ ไม่ได้มาจากคนที่ทำการ์ตูนถูกกฎหมาย เพราะทุกคนระวังตัว ตรวจสอบเนื้อหาก่อนตีพิมพ์ดีแล้ว แต่เป็นการ์ตูนผิดกฎหมายที่ไม่มีลิขสิทธิ์มากกว่า"

 

นอกจากนี้ ในบทความยังได้ลงบทสัมภาษณ์ของ คุณธัญลักษณ์ เตชศรีสุธี กับเพื่อนๆ กลุ่มคนที่ทำนิตยสารการ์ตูนไทย Let"s ซึ่ง คุณธัญลักษณ์กล่าวว่า ผลสะท้อนของนิตยสารกลับมาดีกว่าที่คิด ปัญหาที่ Let"s เจอนั้น เป็นเรื่องของกลุ่มคนอ่าน ซึ่งแม้จะเริ่มจากการเป็นคนรักการ์ตูนเหมือนกัน แต่พอโตขึ้นกลับแตกเป็น 2 สายคือ กลุ่ม "โอตาคุ" กับกลุ่มคนอ่านการ์ตูนแนว ซึ่งพวกหลังจะสนใจในด้านศิลปะและค้นหาความเป็นไทยในลายเส้น ซึ่งเขาพยายามจะเป็นนิตยสารที่อ่านได้ทั้ง 2 กลุ่ม แต่บางครั้งก็โดนเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากทั้ง 2 กลุ่มเหมือนกัน

แล้วการ์ตูนไทยสู้ญี่ปุ่นได้ไหม เขาบอกว่า ในด้านฝีมือสู้ได้แน่นอน แต่เรื่องโปรดักชั่นนี่สู้ยาก เพราะค่าตอบแทนของเราน้อยกว่า แถมนักเขียนการ์ตูนไทยก็ทำงานคนเดียว บางคนที่ทำงานกับเขาตอนเขียนการ์ตูน "อะเดย์ สะตอรี่" ก็หมอนรองกระดูกเคลื่อนเพราะทำงานหนัก ปัจจุบันยังต้องรักษาตัวอยู่ เรียกว่าเอาชีวิตเข้าแลก แถมการ์ตูนไทยออกมายังต้องแข่งกับการ์ตูนญี่ปุ่น ส่วนหนึ่งจึงต้องหนีจากแผงการ์ตูนไปเป็นการ์ตูนประวัติศาสตร์ เพื่อความรู้ในร้านหนังสือที่ขายแพงกว่าการ์ตูนบนแผงได้ และก็กำลังประสบความสำเร็จอย่างสูง อย่างไรก็ตาม บางครั้งคนไทยก็ไม่เชื่อในคุณภาพคนไทยด้วยกัน นักเขียนบางคนต้องขวนขวายออกไปประกวดในต่างประเทศเพื่อชุบตัวกลับมา เพื่อจะมีคนเชื่อถือ ซึ่งจุประสงค์ที่เขาทำนิตยสารนี้ คือต้องการให้มีการ์ตูนไทยที่ขายตามแผงการ์ตูนได้ มีคนอ่าน และให้นักเขียนการ์ตูนเป็นอาชีพได้ ซึ่งตอนนี้ก็พอจะทำได้ แต่ยังไม่ดีเท่าที่ควรถึงอาจจะต้องใช้เวลาอยู่บ้าง เขาเชื่อว่าวันหนึ่งการ์ตูนไทยจะออกไปฟาดฟันกับประเทศอื่นได้แน่นอน

 

(comment) ก็เป็นไปตามที่ทั้งสองท่านว่าไว้นะแหละครับ ซึ่งการที่จะทำให้ผู้ใหญ่หรือคนส่วนใหญ่ในบ้านเราเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับการ์ตูนไม่ใช่เรื่องของเด็กนั้น คงจะต้องใช้เวลามากเลยทีเดียว (พูดง่ายๆคืออีกนานเลยล่ะ) ก็ต้องให้บรรดาผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเลิกขัดแข้งขัดขากัน มีความจริงใจในการสนับสนุนงานอนิเมชั่นของบ้านเราให้มากขึ้น(จริงๆ) หรือไม่ก็ต้องรอให้คอการ์ตูนรุ่นเราๆที่ชื่นชอบการ์ตูนนั้น เป็นใหญ่ในบ้านเมืองนี้ให้ได้ก่อนละครับ (ตอนนี้ขอให้ผู้หลักผู้ใหญ่เป็นได้ครึ่งหนึ่งของ นาย ทาโร่ อาโซ อดีต รมต.ญี่ปุ่น ผู้ชื่นชอบการ์ตูนระดับฮาร์ดคอร์ ก็ยังดีนะครับ)

แหล่งข่าว: นสพ.มติชน ฉบับวันที่ 23 ก.ค.2551 หน้า 24

พบกับ Asian Cartoon Exhibition ณ กรุงเทพ + โคราช
ปิดท้ายสรุปข่าวสัปดาห์นี้ด้วยข่าวประชาสัมพันธ์สำหรับคอการ์ตูนที่ชื่นชอบในงานศิลปะครับ กับงานงานนิทรรศการการ์ตูนเอเชียครั้งที่ 11 ซึ่งเป็นนิทรรศการการ์ตูนเอเชียที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว หลังจากที่ได้จัดต่อเนื่องกันมาเป็นเวลานานถึง 11 ปี เพื่อส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจที่ดียิ่งขึ้นต่อสภาพสังคม วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนในทวีปเอเชีย ในปีนี้ เจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ ร่วมกับสมาคมการ์ตูนไทยและมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จะนำเสนอนิทรรศการการ์ตูนเอเชียในหัวข้อ "วัฒนธรรมของเยาวชนในเอเชีย"

นักเขียนการ์ตูนชั้นนำจาก 10 ประเทศในเอเชีย อาทิ ไทย ญี่ปุ่น จีน อินเดีย บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ฯลฯ ได้สร้างสรรค์ภาพการ์ตูนที่สวยงามและชวนคิดรวมทั้งหมดถึง 77 ภาพ เพื่อนำเสนอมุมมองต่อเยาวชนและวัยรุ่นจากประเทศต่างๆ ในเอเชีย ภาพการ์ตูนในนิทรรศการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าโลกาภิวัตน์ได้ทำให้วัฒนธรรมหรือวิถีชีวิตของเยาวชนจากประเทศต่างๆ มีความคล้ายคลึงและสอดคล้องกันอย่างน่าทึ่ง ผู้ชมชาวไทยจะได้พบว่าเยาวชนในมาเลเซียก็คลั่งไคล้ฟุตบอลไม่แพ้เยาวชนไทย หรือวัยรุ่นชาวอินโดนีเซียก็ชื่นชอบการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ไม่ต่างจากวัยรุ่นญี่ปุ่นเช่นกัน

งานนี้จะนำเสนอนักเขียนการ์ตูนไทยชื่อดังอย่าง คุณโกสินทร์ ศรีฤทธิประดิษฐ์ "โกหน่อง" ผู้มีผลงานตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ "มติชน" และ "มติชนสุดสัปดาห์" ปีนี้นิทรรศการจะจัดแสดงที่กรุงเทพฯ เป็นเวลาสามสัปดาห์ในเดือนสิงหาคมก่อนที่จะย้ายไปจัดแสดงที่จังหวัดนครราชสีมาในเดือนกันยายน ดังมีกำหนดการต่อไปนี้

กรุงเทพฯ
สถานที่จัดแสดง : เจแปนฟาวน์เดชั่น อาร์ต สเปซ
อาคารเสริมมิตรทาวเวอร์ ชั้น 10, 159 สุขุมวิท 21 กรุงเทพฯ 10110
ระยะเวลาแสดง : วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม - วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม 2550
(งานเปิดวันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม 2551 เวลา 18:30 น.)
เวลาแสดง : จันทร์ - ศุกร์: 9:00 - 19:00 น.
เสาร์ : 9:00 - 17:00 น. (ปิดวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

นครราชสีมา

สถานที่จัดแสดง : มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
340 ถ.สุรนารายณ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30000
ระยะเวลาแสดง : วันจันทร์ที่ 8 กันยายน - วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน 2551
(งานเปิดวันจันทร์ที่ 8 กันยายน 2551 เวลา 14.00 น.)
เวลาแสดง : จันทร์ - อาทิตย์: 8:30 - 16.30

แหล่งข่าว:http://www.jfbkk.or.th/event/cartoon2008_th.html,comipress.com

 

 

 
    <<< บอกเล่าข่าวย้อนหลัง >>>

 

free hit counter javascript


©2005 Kartoon-Discovery.com All right reserved.