เรื่องราวของ การใช้ชีวิตผู้คนในกรุงเอโดะ ในยุคสมัยที่มี ญี่ปุ่นมีการติดต่อสื่อสารกับชาวต่างชาติมากขึ้น แต่ขอโทษทีเถิด ชาวต่างชาติที่ว่านั้นมันกลับเป็น"ชาวสวรรค์" หรือ มนุษย์ต่างดาวซะงั้น เมื่อ20ปีก่อน ชาวสวรรค์จากอวกาศได้ออกคำสั่งริบยศถาบรรดาศักดิ์และยึดดาบไป ทำให้ยุคซามูไรที่รุ่งเรืองสุดขีดต้องเกิดการเสื่อมถอย บทบาทของซามูไรถูกลดลงตามไปด้วย แต่ในยุคนั้นยังมีผู้ที่ยึดมั่นในจิตวิญญาณซามูไรที่ตนเชื่ออยู่ เขาเป็นชายแปลกๆ นาม ซากาตะ กินโทกิ หนุ่มนักรับจ้างสารพัดสุดเพี้ยนเท่านั้นที่ยังจับดาบอยู่ แถมเขานั้น ก็มีสหายผู้ช่วยอย่าง ชินปาจิ หนุ่มแว่นธรรมดาๆ และ สาวน้อยจากเผ่ายาโตะ คางุระ ที่พร้อมจะสร้างความสนุกสนานวุ่นวายแทบทุกตอน

นักรับจ้างสารพัด
ร้าน"กินจัง รับจ้างสารพัด"ตั้งสำนักงานอยู่ที่ชั้นสอง บนร้านสแนคของคุณโอโทเซะ ปัจจุบันกำลังติดปัญหาค้างค่าเช่าอย่างแรง
ซากาตะ กินโทกิ ชายหนุ่มผมสีเงิน ตัวเอกของเรื่องนี้ อดีตเป็นพวกขับไล่ต่างแดน(เป็นการปกป้องประเทศด้วยการผลักดันชาวสวรรค์ออกไป) ดูเหมือนจะมีฝีมือดาบค่อนข้างดีทีเดียว ปัจจุบัน เขาทำงานเป็นนักรับจ้างสารพัด ชอบใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปวันๆ ซึ่งหากไม่ได้กินของหวานตามเวลาที่กำหนดจะอ่อนระโหยโรยแรง... และระดับน้ำตาลในเลือดบ่งบอกว่าอีกไม่นานคงได้เป็นโรคเบาหวาน(ชอบของหวานโดยเฉพาะ พาร์เฟ่ท์) งานอดิเรกคือ ขี่สกู้ตเตอร์ ชอบอ่านจัมป์รายสัปดาห์
(ในฉบับภาษาไทยเปลี่ยนจากจัมป์เป็น C-Kids)
ชิมุระ ชินปาจิ ลูกเจ้าของโรงฝึกดาบที่ปิดตัวลง เพื่อเรียนรู้ถึงจิตวิญญาณซามูไรจึงมาทำงานเป็นลูกน้องกินโทกิ ตอนนี้กำลังคิดผิดอย่างแรง เพราะทำงานมาตั้งนาน ไม่เคยได้รับค่าจ้างเลย เขาเป็นตัวละครจอมชง เบรคมุขโดยแท้ เพราะเอาแต่โวยวายตลอด แต่ไม่กล้าหือกับ โอทาเอะ พี่สาวหน้าหวานสุดเถื่อน นอกจากนี้เขายังเป็นหัวหน้ากลุ่มผู้พิทักษ์ เทราคาโตะ ซือ ไอด้อลคนโปรดของเขาด้วย
คางุระ อาหมวยหน้าตาน่ารัก ถึงจะตัวเล็กแต่ก็พลังช้าง เพราะเธอเป็นชนเผ่ายาโตะ เผ่านักรบที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล พูดสำเนียงออกจีนๆ ลงท้ายด้วย น่อ มักถือร่มเวลาไปไหนมาไหนชอบกินบ๊วยแผ่น บ้าละคร และเธอก็เป็นตัวเสริมมุขคอยทำเรื่องป่วนๆคล้อยตามกินโทกิอยู่เนืองๆ เพื่อทำงานหาเงินช่วยครอบครัว เธอจึง(โชว์พาว)เข้าร่วมกลุ่มนักรับจ้างสารพัดด้วยคน
ซาดะฮารุ สุนัขที่คางุระเก็บได้ที่หน้าบ้าน เป็นอินุงามิ ขนาดพี่บิ๊ก คาดว่าเป็นสิ่งมีชีวิตล้ำค่ามาก โดยคางุระรักมันมาก มันจึงไม่ค่อยทำอะไรคางุระเท่าไหร่ แต่มันชอบงับหัวคนโดยเฉพาะกับกินโทกิ
กองกำลังชินเซ็นงุมิ
กลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลบาคุฟุ
คอนโด้ อิซาโอะ หัวหน้าชินเซ็นงุมิ ที่รูปร่างหน้าตาราวกับกอริลล่า ที่ดูยังไงไม่ค่อยมีมาดผู้นำเท่าไหร่ นิสัยขี้ตื๊อสุดๆและจะทุ่มสุดตัวในสิ่งที่ต้องการ โดยเฉพาะกับความรักที่มีต่อโอทาเอะ แต่ก็ถูกโอทาเอะสอยกลับเป็นประจำ และมักเป็นผู้รับเคราะห์เจ็บตัวก่อนใคร
ฮิจิคาตะ โทชิโร่ รองหัวหน้าชินเซ็นงุมิสุดเท่ห์ ฉายา ท่านรองฯปีศาจ มีนิสัยเยือกเย็น เจ้าระเบียบ แต่ถ้าได้จับดาบจะบ้าบิ่นลุยไม่ยั้ง และเป็นคู่กัดคู่ปรับกับกินโทกิด้วย เคยเจอกับกินโทกิ 2 ครั้ง และแพ้ทั้ง 2 ครั้ง เขาเป็นคนที่บ้ามายองเนสเอามากๆ จนต้องพกมายองเนสมาเป็นเครื่องเคียงในการกินกับข้าวกลางวัน เมนูเด็ดของเขาคือ ฮิจิคาตะสเปเชี่ยล
โอคิตะ โซโกะ สมาชิกหนุ่มหน้าใส เป็นนักดาบมือหนึ่งของชินเซ็นงุมิ ดูเหมือนเป็นคนร่าเริง นิสัยออกเด็กๆ แต่จริงๆแล้วคบไม่ได้ หมายตำแหน่งรองหัวหน้าอยู่ ลอบกัดฮิจิคาตะก็หลายครั้ง ฮิจิคาตะมักเรียกเขาว่า เจ้าชายแห่งดาวซาดิสม์ เขาเป็นคนที่เข้ากับกลุ่มนักรับจ้างสารพัดได้ดี โดยเรียกกินโทกิว่ารุ่นพี่ แต่เขามักจะกัดกับคางุระเป็นประจำ
ยามาซากิ ซางารุ สปายประจำกลุ่มชินเซ็นงุมิ ชอบแอบไปซุ่มตีแบดมินตันบ่อยๆ(ตีกับใครก็ไม่รู้) ด้วยท่าทางที่จริงจังมาก และเป็นที่ระบายอารมณ์ของฮิจิคาตะก็ออกบ่อย
คนอื่นๆ
ชิมุระ ทาเอะ (โอทาเอะ) พี่สาวของชินปาจิ มองแค่ภายนอก เธอจะเป็นคนสวย ใจดี ยิ้มแย้มตลอดเวลา แต่เบื้องหลังมีนิสัยเถื่อนดิบชอบใช้กำลัง นอกจากจะเป็นคนคอยสืบทอดโรงฝึกดาบของครอบครัวแล้ว ปัจจุบันเธอก็ทำงานบริการในสถานบันเทิง แต่ความสามารถด้านการทำอาหารถึงขั้นห่วย (ทำไข่เจียวเป็นไข่ดำตลอด) จนเป็นสาเหตุให้ชินปาจิสายตาสั้น(!?) มี ฮาเก้นดาส เป็นอาหารสุดโปรดของเธอ
คาซึระ โคทาโร่ เป็นนักรบขับไล่ต่างแดนที่ยังรอดชีวิตอยู่ หวังจะช่วยปกป้องความสงบสุขของญี่ปุ่น ในอดีตเป็นเพื่อนรักกับกินโทกิและมักโดนเรียกว่า "ซึระ" อยู่เนืองๆ (แต่เจ้าตัวไม่ชอบให้ใครมาเรียกชื่อนั้น) ถึงจะเป็นชายหนุ่มรูปงาม แต่ตัวจริงนั้นรั่วมาก ปัจจุบันเป็นผู้ก่อการร้าย คอยหลบหนีกลุ่มชินเซ็นงุมิตลอด (บางทีก็ปลอมตัวไม่ให้ใครจับได้ด้วยการเป็น กัปตันคาเซอระ)
อลิซาเบธ สัตว์เลี้ยงจากต่างดาวที่คาซึระ ได้รับจาก ซากาโมโต้ ทัตซึมะ เป็นสิ่งมีชีวิตที่ยังงงๆอยู่ว่า มันเป็นเพนกวินยักษ์ หรือ เป็นคนมาสวมชุดกันแน่
คุณโอโทเซะ( เทราดะ อายาโนะ) มาม้าของร้านแสน็คที่อยู่ชั้นล่างของร้านรับจ้างสารพัด ชอบพูดทวงค่าเช่า มักจะใช้คำพูดที่รุนแรง แต่ตอนสาวๆสวยมาก
แคทเธอลีน ชาวสวรรค์ที่เป็นคนคอยรับใช้คุณโอโทเซะ อดีตเคยเป็นสมาชิกแก๊งโจร ปัจจุบันกำลังปรับปรุงตัว
เทราคาโตะ ซือ หรือ โอซือจัง นักร้องไอด้อลคนดัง ขวัญใจของชินปาจิ
ฮาเซงาว่า ไทโซ อดีตข้าราชการบาคุฟุ แต่จากการที่ไปต่อยองค์ชายฮาตะ แถมดูแลสัตว์เลี้ยงขององค์ชายไม่ดีอีก ทำให้เขาต้องหมดสิ้นทุกอย่าง ปัจจุบันกำลังเปลี่ยนงานไปเรื่อย หมดเงินไปกับปาจิงโกะไปเรื่อย มักโดนคางุระเรียกว่า ผู้ชายไม่ได้เรื่อง (madao - marude damena ossan)
ซารุโทบิ อายาเมะ หรือ "ซัทจัง" นินจาสาวนักกวาดล้างกลุ่มโอนิวะบังชู ปัจจุบันตกหลุมรักกินโทกิ มีถั่วหมักเป็นอาวุธ และ หากไม่มีแว่นตา เธอก็ไม่สามารถมองเห็นแยกแยะอะไรได้ แถมเธอก็เป็นประเภทคลั่งในสาย M (masochism)
ฮัตโตริ เซ็นโซ นินจาหนุ่ม อดีตนักกวาดล้างกลุ่มโอนิวะบังชู เขาเป็นโรคริดสีดวง และ ชอบอ่านจัมป์ หรือ C-Kids มาก ถึงกับเคยยื้อแย่งกับกินโทกิ
เฮโดโร่ ชาวสวรรค์ที่เป็นเจ้าของร้านดอกไม้ ซึ่งหน้าตากับนิสัยนั้นต่างกันสุดขั้ว ราวกับฟ้ากับเหว หน้าตาเขาก็ออกเป็นปีศาจร้ายแต่ก็เป็นคน(?)ดีสุดๆ
ซากาโมโต้ ทัตซึมะ อดีตกลุ่มนักรบขับไล่ต่างแดน ปัจจุบันกำลังสนุกกับการค้าขายในอวกาศ ชอบจำชื่อกินโทกิ เป็น คินโทกิซึ่งแปลว่าลูกป๋องแป๋งเป็นประจำ
ทากาสุงิ ชินสุเกะ นักรบขับไล่ต่างแดนที่ฝีมือร้ายกาจที่สุด เคยสังหารข้าราชการบาคุฟุนับ 10 ราย ปรากฏตัวครั้งแรก เล่ม 4 โดยตอนนี้เขากำลังวางแผนยึดครองญี่ปุ่น และดูท่าจะเป็นผู้เป็นคนมากที่สุดในเรื่องนี้แล้วล่ะ
มัตซึไดระ คาตาคุริโกะ ผู้บัญชาการตำรวจ ฉายาเทพวิบัติ ที่หึงหวง คุริโกะ ลูกสาวตัวเองสุดฤทธิ์ เอะอะอะไรก็ยิงโดยไม่ยอมฟังใคร ลูกน้อง(พวกชินเซ็นฯ)มักเรียกเขาว่า ป๋า
องค์ชายฮาตะ หนึ่งในชาวสวรรค์ เป็นองค์ชายเพี้ยนที่รักสิ่งมีชีวิตสุดแปลกแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ หน้าตาก็คล้ายกับ จอมมารบูในดราก้อนบอล พูดสำเนียงออกอีสานหน่อย
อาเนะ กับ โมเนะ สองพี่น้องมิโกะ ผู้เคยช่วยเรียกสติซาดะฮารุที่กำลังออกอาละวาดทั่วเมืองให้กลับเป็นปกติ โดยอาเนะ คนพี่ปัจจุบันก็ทำงานในสถานบันเทิง เป็นคู่แข่งโอทาเอะ นิสัยชอบโวยวาย โป๊ะแป้งหนาเตอะ ส่วนโมเนะ คนน้องก็เป็นคนเงียบๆออกต๊องหน่อยๆ
โอคาตะ นิโซ นักดาบตาบอด ฉายา จอมสับ มีฝีมือดาบที่น่าสะพรึงกลัว เคยประมือกับกินโทกิมาแล้วหนหนึ่ง ปัจจุบันเป็นสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายหมายยึดครองญี่ปุ่นของทากาสุงิ
ยางิว คิวเบ คุณหนูแห่งตระกูลยางิว ตระกูลนักดาบสุดแกร่ง ผู้ซึ่งถูกเลี้ยงดูแบบเด็กผู้ชายมาตลอด เป็นเพื่อนสนิทกับโอทาเอะตั้งแต่สมัยยังเด็ก ชนิดที่ยอมสละตนเองปกป้องเธอได้ เธอจึงฝึกฝนวิชาดาบของตนเองให้แกร่งพอที่จะปกป้องโอทาเอะ เพื่อนรักได้ และในเล่ม 13 คิวเบเป็นคนพาโอทาเอะ ไปที่สำนักยางิว หมายมั่นให้โอทาเอะกลายเป็นคู่ชีวิตของเธอ โดยเธอนั้น สูญเสียตาข้างซ้ายขณะเข้าไปช่วยโอทาเอะจากแก๊งทวงหนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เธอต้องสวมที่คาดตาอยู่ตลอด
สำหรับความนิยมของกินทามะในญี่ปุ่นนั้น ก็จัดว่าดีเลยทีเดียว นับตั้งแต่ลงในโชเน็นจัมป์ตั้งแต่ปี 2003 นั้น เรื่องนี้ก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นนำไปทำเป็นการ์ตูนอนิเม ผลิตโดย Sunrise ออกฉายปี 2006 แถมผลการโหวต Anime Grand Prix ครั้งล่าสุด เรื่องนี้ก็อยู่สูงถึงอันดับ 5 ส่วนตัวละครหลักของเรื่องอย่าง กินโทกิ,โซโกะ และ คางุระ ก็ติด 1 ใน 10 อันดับตัวละครยอดนิยมทั้งฝ่ายชายและหญิง ซึ่งรวมไปถึงยอดขายของกินทามะเฉพาะเล่มหนึ่งนั้น ก็ขายได้ถึง 1 ล้านเล่มแล้ว
และด้วยความนิยมที่มีต่อกินทามะ ก็ทำให้บ้านเรา สำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมิคส์ตัดสินใจนำเรื่องนี้ไปตีพิมพ์ลงในรายสัปดาห์ C-Kids ก่อนจะออกรวมเล่มเล่มหนึ่งในปี พ.ศ. 2548 แต่ทว่ากระแสตอบรับของกินทามะที่มีต่อนักอ่านบ้านเราในตอนนั้น ค่อนข้างไม่ดีเอาซะเลย จึงเกิดกระแสต่อต้านการ์ตูนเรื่องนี้จากผู้อ่านบางกลุ่มในแง่ที่ว่า การ์ตูนเรื่องนี้ต้องการสื่ออะไรกันแน่ อ่านไม่รู้เรื่อง บางส่วนก็บอกว่า นอกจากลายเส้นจะไม่สวยแล้ว แถมมุขก็ฝืดสุดๆ แต่ก็ด้วยพัฒนาการของผู้แต่งรวมถึงพัฒนาการของผู้แปลการ์ตูนเรื่องนี้ในฉบับภาษาไทย ก็ทำให้ฟีดแบคของกินทามะในบ้านเรานั้นเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ จนพอที่จะกลบกระแสด้านลบไปได้บ้าง
ส่วนหนึ่งที่กินทามะนิยมมากในญี่ปุ่นนั้น หลักๆก็มาจากมุขตลกวัฒนธรรม ซึ่งเป็นการนำประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น บุคคลที่มีตัวตนจริง มาเสียดสีล้อเลียน นอกจากนี้ ก็ยังเอามุขจากละครทีวี หรือ การ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องอื่นๆมาล้อเลียนบ้าง ซึ่งสิ่งที่กล่าวมานั้นเป็นสิ่งที่ชาวญี่ปุ่นรู้จักคุ้นเคยกันดี จึงไม่แปลกใจเลยที่นักอ่านหลายคนในบ้านเรานั้นไม่เก็ตมุขกับเรื่องนี้ เพราะมันเป็นเรื่องที่ห่างไกลจากคนไทยเรา แต่ถ้าหากใครที่มีความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมาบ้าง , อ่านการ์ตูนมาหลายเรื่องหน่อย,หรือ คุ้นเคยกับเหล่าตัวละครหน้าตาย ที่ทำเรื่องเหลือเชื่อให้เกิดขึ้นได้ในเรื่องนั้น ก็คงจะฮาแบบสุดๆ อีกทั้งยังรวมไปถึงชื่อของตอนแต่ตอนที่ตั้งออกมาได้ยาว คม กวน จนอ่านแล้วรู้สึกฮา แถมพลางคิดในใจว่า ชื่อตอนนั้นมันเกี่ยวกับเนื้อเรื่องในตอนนั้นๆตรงไหน? แต่พออ่านๆไปก็จะพบว่า จริงๆมันก็เกี่ยวบ้างไม่มากก็น้อยนะแหละ(ลองไปสังเกตกันดีๆนะครับ) แต่อย่างน้อย มุขตลกและเนื้อเรื่องอันน่าเบื่อจากเล่มแรกนั้นก็มีการพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ จนได้แฟนๆการ์ตูนเรื่องนี้เพิ่มขึ้นอีกพอควร ซึ่งรวมไปถึงการแปลฉบับภาษาไทยที่ขยันหยอดใส่มุข พลิกแพลง มากขึ้น (แว่วๆมาว่า คนแปลถึงกับศึกษาจากหนังพากย์ไทยโดยพันธมิตรกันเลย) จนได้อรรถรสมากขึ้น จึงพอจะมองข้ามช็อตงงๆไปได้บ้าง
และอีกส่วนหนึ่งที่มีคนชื่นชอบ ก็มาจากคาแร็กเตอร์ของตัวละครในเรื่อง ที่"รั่ว"กันแทบทุกตัว ไม่ว่าเป็นคนเท่ห์ หล่อ สวย ขนาดไหน ก็ยังอุตส่าห์ติ๊งต๊องไปกับเขาด้วย และที่สำคัญ ตัวละครชายในเรื่องก็เท่ห์หลายคน ซึ่งไม่แปลกใจเลยที่สาวๆจะชอบอ่านเรื่องนี้มากกว่าผู้ชาย แถมบางคนก็เอาตัวละครหลักๆ อย่างเช่น กินโทกิ ฮิจิคาตะ มาแอบจิ้นY กันก็มี.......
เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของเรื่อง ไม่ได้มีแค่ฉากตลกเท่านั้น ยังมีฉากแอ็คชั่นการต่อสู้และฉากซึ้งอีกด้วย โดยจุดเด่นอีกเรื่องหนึ่งที่เราไม่อาจมองข้ามได้ นั่นก็คือ คำคม ครับ ถ้าสังเกตุกันดีๆก็จะพบว่า เรื่องนี้ได้แฝงปรัชญาการดำเนินชีวิตของมนุษย์เอาไว้พอสมควร ดังเช่น
"การที่ลูกปกป้องสิ่งสำคัญที่สุดของพ่อเอาไว้ ต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ "
ซึ่งกล่าวโดย โอทาเอะ ในแง่ของการปกป้องโรงฝึกดาบร้างของครอบครัว หากจะตีความหมายกันจริง ก็จะหมายถึง การที่เราต้องปกป้องสิ่งของที่สำคัญของคนที่เรารัก แม้ว่าสิ่งของสิ่งนั้นอาจดูไร้ค่าก็ตามที ซึ่งใครที่ตามอ่านมาตลอดนั้นก็จะพบว่า เรื่องนี้จะเน้นการปกป้องสิ่งสำคัญของเรามากเป็นพิเศษ หรือจะเป็น คำคมจากบทเรียนที่หก ที่เป็นการย้อนอดีตตอนที่ กินโทกิ กับ คาซึระ กำลังรบกับชาวสวรรค์ ในสถานการณ์ที่พวกเขากำลังเสียเปรียบ คาซึระ ที่กำลังถอดใจ แต่กินโทกิกลับดาหน้าต่อสู้กับชาวสวรรค์ต่อไป แถมเขายังพูดประโยคที่กินใจอีก นั่นก็คือ
"ถ้ามีเวลาขนาดมาพร่ำพรรณนาเรื่องวาระสุดท้ายที่งดงามแล้วละก็ สู้มีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างสวยงามจนสิ้นอายุขัยไม่ดีกว่าเรอะ" เป็นต้น
เรียกได้ว่าบางคนอ่านแล้วถึงกับโดนกับคำคมจากเรื่องนี้ไปเลยก็มี.....