จากปี 1952 เจ้าหนูปรมาณู(Astro Boy) ผลงานของอ.เท็ตซึกะ โอซามุ ก็ออกสู่สายตาผู้อ่านทั่วญี่ปุ่น และ เป็นเรื่องที่สร้างชื่อให้กับอ.โอซามุเป็นอย่างมาก ถึงตัวอ.โอซามุจะจากโลกนี้ไปแล้ว อะตอมก็ยังคงเป็นหนึ่งในการ์ตูนอมตะที่ยังพูดถึงไม่เสื่อมคลาย
จนกระทั่งอีก 52 ปีผ่านไป นับจากผลงานเรื่องเจ้าหนูปรมาณูออก บัดนี้ อะตอมก็ได้ฟื้นคืนชีพอีกครั้งในรูปโฉมใหม่ พร้อมทั้งตัวละครอื่นๆอีกด้วย เกริ่นมาเสียนาน ครับ เราจะมาแนะนำการ์ตูนเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นผลงานล่าสุดของ อ.นาโอกิ อุราซาว่า ผู้แต่ง Yawara,Monster และ 20th Century Boy ที่ได้นำเนื้อเรื่องดั้งเดิมของเจ้าหนูอะตอมนั้นมาดัดแปลงแต่งใหม่ในสไตล์ของตนเอง นั่นก็คือ Pluto ตามล่านักฆ่าแอนดรอยด์ ครับ
Pluto นั้น อ.อุราซาว่า ก็เริ่มต้นเขียนในปี 2003 ซึ่งเป็นปีที่ เจ้าหนูอะตอมนั้นได้ถือกำเนิดขึ้นตามท้องเรื่องของอะตอม และก็เป็นโอกาสอันดีอีกเช่นกัน ที่อ.อุราซาว่าจะได้เริ่มเขียนผลงานใหม่ซึ่งดัดแปลงจากตอนที่13 ของเจ้าหนูปรมาณูของอ.โอซามุ ซึ่งผลงานเรื่องใหม่ของเขานั้นก็ได้รับความเห็นชอบของลูกชายของโอซามุตามที่เขาขอร้องมา จนเป็นอะตอมที่เราได้เห็นในการ์ตูนเรื่องนี้
มองจากหน้าปกและเปิดอ่านเรื่องนี้ไป แทบไม่อยากเชื่อว่าเหล่าตัวละครบางตัวในเรื่องนั้น เป็นตัวละครที่มาจากผลงานดั้งเดิม ใช่ครับ ตัวละครเหล่านี้มาจากเจ้าหนูปรมาณูนะแหละ เพียงแต่อ.อุราซาว่า ได้ดัดแปลงตัวละครของอะตอมให้เป็นรูปแบบของตัวเอง ถึงตัวละครบางส่วนนั้นยังพอเห็นเค้าต้นฉบับเดิมอยู่ จะมีแต่ เกซิคต์ กับ อะตอมเนี่ยแหละ ที่ดูยังไงก็เหมือนกับมนุษย์จริงๆ และในเรื่องพลูโตนั้น ก็ให้ เกซิคต์ เป็นตัวดำเนินเรื่องหลัก ทั้งๆที่ตามต้นฉบับเดิมนั้น ก็เป็นแค่ตัวประกอบที่ไม่ค่อยมีบทมากเท่านั้นเอง แถมเรื่องนี้ก็ด้รับรางวัล Excellence Prize สาขารางวัลบทการ์ตูนยอดเยี่ยม ในปี 2005 เป็นรางวัลการันตีอีกด้วย
ส่วนเรื่องราวของอะตอมนั้น ตามที่เกริ่นเอาไว้ข้างต้นว่า ดัดแปลงมาจากตอนที่13 ของผลงานดั้งเดิม ซึ่งว่าด้วย การที่มีหุ่นยนต์ตัวหนึ่ง ซึ่งมีเป้าหมายเอาชนะหุ่นยนต์ที่ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดนักรบทั่วโลก ซึ่งในนั้นก็รวมถึงเจ้าหนูอะตอมด้วย ซึ่งตัวผู้แต่งก็จัดการเรียบเรียงใหม่ ให้กลายเป็นเรื่องสืบสวน ตามล่าหาฆาตกรลึกลับที่สังหารหุ่นยนต์ชั้นสุดยอดของโลกและมนุษย์อีกด้วย เริ่มเรื่องนั้น มองต์บลังค์ ก็เป็นเหยื่อรายแรกของฆาตกรลึกลับ แต่เหยื่อฆาตกรโหดไม่ได้มีแค่นั้น เพราะ มนุษย์ที่เกี่ยวข้อง สุดยอดหุ่นยนต์ทั้งสอง อย่าง นอร์ธNo.2 และ บรันโด้ ก็ถูกสังหาร และเหยื่อทุกรายนั้นก็จะมีเขาสัตว์ทิ้งเอาไว้ ว่ากันว่าฆาตกรนั้นคือ "พลูโต" เทพเจ้าแห่งความตาย โดย เกซิคต์ ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ดัดแปลงนั้น ได้รับมอบหมายให้ตามสืบคดีดังกล่าว แต่การสืบคดีของเกซิคต์นั้น ก็ได้รับความร่วมมือของหุ่นยนต์ดัดแปลงในร่างของหนุ่มน้อย นาม อะตอม ซึ่งเป็นฑูตสันติภาพลดความขัดแย้งระหว่าง ราชอาณาจักรเปอร์เซีย กับ สหพันธรัฐเธรส ซึ่งหุ่นยนต์ดัดแปลงทั้งสองนั้นจำเป็นจะต้องช่วยกันตามจับตัวการเรื่องนี้ให้จงได้
และผลงานของอ.อุราซาว่าเรื่องนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังอีกเช่นกัน ถึงแม้ลายเส้นนั้นยังคงเหมือนกับผลงานเรื่องเก่า เพราะการดำเนินเรื่องนั้นมันช่างเหมือนกับภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ซึ่งเปิดปมปริศนาด้วยการที่มองต์บลังค์ถูกฆ่า จากนั้นก็มีปมปริศนามาเรื่อยๆ ให้คนอ่านนั้นพลอยคิดตามไปด้วย และการดำเนินเรื่องนั้นก็ค่อนข้างจะไหลลื่น และ ต่อเนื่อง น่าติดตาม ผิดกับ 20th Century Boy ในเล่มแรกๆ ที่เดินเรื่องอย่างช้าๆแถมมึนงงอีกต่างหาก ส่วนที่มาของตัวละคร เหตุการณ์ต่างๆในเรื่องก็บอกที่มาอย่างชัดเจน ด้วยบทการ์ตูนอันยอดเยี่ยม ก็รับรองว่า ใครก็ตามที่ไม่เคยอ่าน เจ้าหนูอะตอมมาก่อน สามารถซึมซับความสนุกของเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี นอกจากจะตามลุ้นไปกับการหาตัวฆาตกรร้ายที่ฆ่าชีวิตทั้งมนุษย์และหุ่นยนต์แล้ว เราต้องลุ้นไปกับการไขปริศนาเกี่ยวกับความทรงจำที่ผิดแปลกไปจากความจริงที่มีอยู่ในตัวของเกซิคต์นั้น ใครเป็นคนทำ
นอกเหนือไปจากนั้น ผู้แต่งก็ยังคงนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์นั้น ไปผูกกับเนื้อเรื่องในการ์ตูน และก็ถือเป็นการสะท้อนเรื่องราวไปในตัว เช่น สงครามระหว่างอาณาจักรเปอร์เซีย และ สาธารณรัฐเธรส ซึ่งทางสาธารณรัฐเธรสต้องทำสงครามโดยอ้างว่า อาณาจักรซุกซ่อนหุ่นยนต์ทำลายล้างสูงไว้หลายๆตัว ซึ่งดูแล้วก็คล้ายๆกับความขัดแย้งกันระหว่างประเทศมหาอำนาจที่ชอบทำตัวเป็นตำรวจโลก กับ ประเทศในตะวันออกกลางที่เคยมีผู้นำจอมเผด็จการอยู่ ส่วนสิ่งที่สะท้อนให้เห็นนั้นก็คือ ความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน สภาพจิตใจย่ำแย่ เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า สงครามนั้นมันไม่ให้ประโยชน์แก่ใครเลย
นอกจากนี้ การ์ตูนเรื่องนี้ได้ใส่ความเป็นดราม่ามากขึ้น เพราะหลายฉากในเรื่องนั้น ผู้แต่งได้แสดงมุมมองความคิดของตัวละคร ในแง่ของความแตกต่างระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์ เช่น มนุษย์นั้น สามารถรับความรู้สึกในการมองเห็น ฟังเสียง ชิมรส สัมผัส และดมกลิ่น แถมมนุษย์นั้นยังสามารถลืมเรื่องราวในเรื่องที่ไม่น่าจดจำได้ ซึ่ง ผิดกับหุ่นยนต์อย่าง เกซิคต์ อะตอม หรือ คนอื่นๆ ที่นอกจากจะไม่สามารถรับรู้กับความรู้สึกที่แท้จริงของมนุษย์ได้ แถมยังไม่สามารถ "ลืม" ได้ (นอกจากการลบข้อมูลทิ้ง) และด้วยความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างมนุษย์กับหุ่นยนต์นั้น ก็ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับหุ่นยนต์ในหลายฉาก เช่น ตาแก่ ดันแคน ที่แสดงท่าทางรังเกียจ นอร์ธNo2 ที่ต้องการจะเล่นเปียโน เพราะ ดันแคนเห็นว่า นอร์ธNo2 นั้นเป็นแค่เครื่องจักรที่สามารถเลียนแบบเพลงของเขาได้ ซึ่งมันไม่ใช่ดนตรีที่แท้จริงเลยสักนิด หรือจะเป็นการที่สารวัตรทาวาชิที่เกลียดหุ่นยนต์เข้าไส้ เพราะ คิดว่ายังไงหุ่นยนต์ ที่ไร้ความรู้สึก ชอบเลียนแบบท่าทางมนุษย์นั้น คงไม่มีเสรีภาพมากไปกว่ามนุษย์อีกแล้ว หรือจะในเล่ม 2 เหตุการณ์สงครามเอเชียกลางที่ เกซิคเต์ไปปฏิบัติภารกิจอยู่ที่นั่น ก็พบกับฉากน่าสะเทือนใจ ที่ชายคนหนึ่งเสียใจกับการตายของลูกตัวน้อยเป็นอย่างมาก แต่เกซิคต์ก็กลับช่วยอะไรเขาไม่ได้เลย เพราะไม่เข้าใจความรู้สึกของมนุษย์นั่นเอง หรือจะเป็นอะตอมที่สามารถทำอะไรได้ใกล้เคียงกับมนุษย์ที่สุด แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ใช่มนุษย์อยู่ดี ทว่าหุ่นยนต์เหล่านั้นก็สามารถนำจุดเด่นที่ตัวเองมีนั้นไปใช้ในการแก้ข้อขัดแย้งได้ เช่น นอร์ธNo.2 สามารถเก็บรักษาความทรงจำเรื่องสำคัญเอาไว้ และ นำไปถ่ายทอดให้กับดันแคน จนดันแคนเข้าใจ และยอมสอนเปียโนแก่นอร์ธNo.2 ส่วนอะตอมนั้นก็ได้ใช้ความสามารถของตนสามารถคลี่คลายคดีฆาตกรรมนักกฎหมายที่สารวัตรทาวาชิรับผิดชอบอยู่ได้ง่ายขึ้น และ อีกอย่างที่เห็นได้ชัดเจนในเรื่องก็คงจะเป็นการที่หุ่นยนต์นั้นต้องการที่จะพยายามเข้าใจ เรียนรู้ ความรู้สึกของมนุษย์จริงๆ ซึ่งก็คงจะหนีไม่พ้นการเลียนแบบกริยาท่าทางของมนุษย์นั่นเอง รวมไปถึง ความรู้สึกสลดใจที่ต้องทำลายหุ่นยนต์จำนวนมาก จนไม่เข้าใจว่า เขาจะมาที่สนามรบทำไม ของ มองต์บลังค์ จนกระทั่ง เฮอร์คิวลิสถึงกับต้องตั้งคำถามว่า ความจงเกลียดจงชังนั้นเป็นเช่นไร
|