แนะนำการ์ตูน -- กินทามะ
 

กินทามะ : ตลกปรัชญายุคต่างดาวครองเมืองในนครเอโดะ





ผู้แต่ง
ฮิเดอากิ โซราจิ
ประเภท
ตลก
รวมเล่ม
10 เล่ม
สำนักพิมพ์
สยามอินเตอร์คอมิคส์


 สำหรับ กินทามะ นั้น ก็เป็นการ์ตูนที่ตีพิมพ์ประจำลงในนิตยสาร C-Kids แทบทุกสัปดาห์ โดยเมื่อสองปีก่อน ช่วงที่กินทามะลงใน C-Kids ใหม่ๆนั้น ก็เกิดกระแสต่อต้านการ์ตูนเรื่องนี้จากผู้อ่านบางกลุ่มในแง่ที่ว่า การ์ตูนเรื่องนี้ต้องการสื่ออะไรกันแน่ บางส่วนก็บอกว่า นอกจากลายเส้นจะไม่สวยแล้ว แถมมุขก็ฝืดสุดๆ ก็เลยทำให้ฟีดแบกของกินทามะในบ้านเรานั้นค่อนข้างไม่ดีเอาซะเลย ซึ่งผิดกับที่ญี่ปุ่นซึ่งการ์ตูนเรื่องนี้ได้รับความนิยมมาก จนในที่สุดก็ได้ถูกนำมาสร้างเป็นอนิเมชั่นในปี 2006 นี่เอง แต่ก็ด้วยพัฒนาการของผู้แต่งรวมถึงพัฒนาการของผู้แปลการ์ตูนเรื่องนี้ในฉบับภาษาไทย ก็ทำให้ฟีดแบกของกินทามะในบ้านเรานั้นเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ จนพอที่จะกลบกระแสด้านลบไปได้บ้าง

ส่วนเรื่องราวคร่าวๆของกินทามะนั้น ก็เป็นเรื่องราวของ การใช้ชีวิตผู้คนในกรุงเอโดะ ในยุคสมัยที่มี ญี่ปุ่นมีการติดต่อสื่อสารกับชาวต่างชาติมากขึ้น แต่ขอโทษทีเถิด ชาวต่างชาติที่ว่านั้นมันกลับเป็น"ชาวสวรรค์" หรือ มนุษย์ต่างดาวซะงั้น และจากการที่ติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวซึ่งมีวิวัฒนาการที่ทันสมัยกว่าชาวโลก
มากขึ้นนั้น ก็ทำให้บทบาทของซามูไรถูกลดลงตามไปด้วย ก็เลยทำให้ซามูไรหลายคนต้องละทิ้งดาบ มีเพียง ซากาตะ กินโทกิ หรือ กินจัง หนุ่มนักรับจ้างสารพัดเรื่องสุดเพี้ยนเท่านั้นที่ยังจับดาบอยู่ แถม เขานั้น ก็มี ชินปาจิ หนุ่มแว่นธรรมดาๆ และ คางุระ สาวน้อยจากเผ่ายาโตะ ที่พร้อมจะสร้างความสนุกสนานวุ่นวายแทบทุกตอน

พออ่านจบเล่ม 1 เชื่อว่ามีบางส่วนที่อ่านแล้ว ไม่ค่อยเข้าใจเนื้อเรื่อง หรือ จับประเด็นของเรื่องนี้ไม่ได้ จนไม่อยากจะอ่านต่อ ถ้าจะว่ากันตรงๆนั้น ตัวการ์ตูนในเรื่องนี้ก็จะปล่อยมุขตลกแบบหน้านิ่งหน้าตาย แถมเรื่องปกติธรรมดาที่เกิดขึ้นในกินทามะนั้น มันเป็นเรื่องที่เป็นไม่มีวันเป็นไปได้!!!!!!!! ก็ช่างคล้ายๆกับ คุโรมาตี้นะแหละ และ มุขตลกในเรื่องนั้น ก็ออกจะเสียดสีประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นสักนิด ซึ่งว่าด้วยเรื่องของญี่ปุ่นสมัยที่มีการติดต่อกับชาวตะวันตกเอย กลุ่มชินเซ็นงุมิเอย เป็นต้น ซึ่งคนที่มีความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมาพอสมควร ก็จะอ่านแล้วเก็ตกับเนื้อเรื่องมากขึ้น (ซึ่งก็ไม่แปลกใจเลยที่นักอ่านในบ้านเราดูจะถูกใจคุโรมาตี้มากกว่ากินทามะซะอีก)แถมการดำเนินเรื่องก็เช่นกัน คือ เนื้อเรื่องในแต่ละตอนจะไม่ต่อเนื่องกัน ส่วนใหญ่จะเป็นการ์ตูนแก๊กตอนหนึ่งจบ อะไรทำนองนั้น ว่ากันด้วยองค์ประกอบในแต่ละส่วน ในแง่ลายเส้นก็ถือว่าพอใช้ ไม่ถึงกับแย่มากอย่างที่บางคนบอก(ก็นานาจิตตังครับ) ส่วนเนื้อเรื่องก็มีจุดดีที่ผู้แต่งคิดจินตนาการเนรมิตรให้กรุงเอโดะนั้น มีทั้งมนุษย์โลก และ มนุษย์ต่างดาวอยู่ด้วยกัน แถม รอบๆเอโดะนั้น ก็มีจานบิน ยานอวกาศบินว่อน รอบตัวอาคารที่เป็นสถาปัตถกรรมญี่ปุ่นแท้ๆ ดูแล้วก็แปลกๆชวนขบขันดี จุดขำอีกจุดของเรื่องก็คงจะอยู่ที่ การกระทำอันไม่เคยคิดของพระเอกสุดกวน ที่ทำให้คนรอบข้างพลอยบ้าและวุ่นวายไปด้วย ถึงแม้ว่าในเล่มแรก มุขตลก(รวมถึงบทแปล)อาจยังไม่ลงตัวนัก แต่ถ้าใครติดตามต่อไปในเล่มหลัง ก็จะพบว่า มุขตลกและก็เนื้อเรื่องนั้นมีการพัฒนามากขึ้น จนได้แฟนๆการ์ตูนเรื่องนี้เพิ่มขึ้นอีกพอควร

จุดเด่นอีกเรื่องหนึ่งที่เราไม่อาจมองข้ามได้ นั่นก็คือ คำคม ครับ ถ้าสังเกตุกันดีๆก็จะพบว่า เรื่องนี้ได้แฝงปรัชญาการดำเนินชีวิตของมนุษย์เอาไว้พอสมควร ดังเช่น "การที่ลูกปกป้องสิ่งสำคัญที่สุดของพ่อเอาไว้ ต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ " ซึ่งกล่าวโดย พี่สาวของชินปาจิ ในแง่ของการปกป้องโรงฝึกดาบร้างของครอบครัว หากจะตีความหมายกันจริง ก็จะหมายถึง การที่เราต้องปกป้องสิ่งของที่สำคัญของคนที่เรารัก แม้ว่าสิ่งของสิ่งนั้นอาจดูไร้ค่าก็ตามที หรือจะเป็น คำคมจากบทเรียนที่หก ที่เป็นการย้อนอดีตตอนที่ กินโทกิ กับ คาซึระ กำลังรบกับชาวสวรรค์ ในสถานการณ์ที่พวกเขากำลังเสียเปรียบ คาซึระ ที่กำลังถอดใจ แต่กินโทกิกลับดาหน้าต่อสู้กับชาวสวรรค์ต่อไป แถมเขายังพูดประโยคที่กินใจอีก นั่นก็คือ "ถ้ามีเวลาขนาดมาพร่ำพรรณนาเรื่องวาระสุดท้ายที่งดงามแล้วละก็ สู้มีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างสวยงามจนสิ้นอายุขัยไม่ดีกว่าเรอะ" เป็นต้น เรียกได้ว่าบางคนอ่านแล้วถึงกับโดนกับคำคมจากเรื่องนี้ไปเลยก็มี.....

 


ลายเส้น 7/10
เนื้อเรื่อง 7/10
ความสนุกประทับใจ 7.5/10
พิเศษ 8.5/10


quote: ต้องมีความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมาระดับหนึ่ง จึงจะเข้าใจการ์ตูนตลกสาระดีอย่างกินทามะได้

 

free hit counter javascript


©2005 Kartoon-Discovery.com All right reserved.